Biznews

ตรรกะจากหัวแม่ TEEN! ‘เครือสารสาสน์’ รอวันเจ๊ง!  

กลายเป็นแผลเหวอะหวะไปแล้วหลังจากครูทำร้ายเด็กอนุบาลจนล่าสุด นายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานอำนวยการโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ได้ให้สัมภาษณ์กับทางรายการ “โหนกระแส” จนทำให้ผู้ที่รับชมถึงกับแปลกใจกับคำตอบในหลายประเด็น

เช่น“ผมก็ไม่เคยมีใบประกอบวิชาชีพครู และสามารถทำงานเป็นครูมาตั้งแต่อายุ 18 ปี จนถึงตอนนี้คงมาเอาผิดไม่ได้เพราะผมไม่ได้เป็นครูแล้ว”

“ครูของสารสาสน์ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ แต่มีการผ่อนผันมาได้เรื่อยๆ เพราะกระทรวงศึกษาธิการก็ให้ทำมาได้ตลอดไม่เคยมีการดำเนินการอะไร ดังนั้นจึงคิดว่าไม่น่าจะผิดที่ผม”

“คงจะไม่ขอโทษผู้ปกครอง เพราะว่าขอโทษมาหลายครั้งแล้ว แต่ที่ผ่านมาผู้ปกครองก็ทำเกินไป ได้ยินว่าจะมาเรียกร้องเงิน 2 ล้าน ไม่มีจะให้”

“ผู้ปกครองไปเอาหัวแม่ตีนอะไรมาคิดที่จะให้ปิดโรงเรียนไปเลย แล้วเด็กอีก 3 พันกว่าคนจะไปอยู่ที่ไหนไม่คิดบ้าง ส่วนถ้าจะให้ปิดเฉพาะอนุบาลก็ต้องถามผู้ปกครองว่าแล้วจะเอาลูกไปเรียนที่ไหน”

หรือแม้แต่การคัดเลือกครูที่นายพิบูลย์ กล่าวว่า

“เรื่องการคัดเลือกครูก็จะดูตั้งแต่การตั้งเนื้อแต่งตัวต้องดี สะอาด ถ้ามีหินปูน โรงเรียนจะพาไปขูดหินปูน”

หลายประเด็น หลายคำตอบที่นายพิบูลย์ ให้สัมภาษณ์กลายเป็นการสะท้อนความคิดของผู้บริหารระดับประธานอำนวยการ ที่พอได้ฟังแล้วยิ่งทำให้โรงเรียนสารสาสน์…อาจจะเจ๊งในเร็ววันนี้

              แค่ครูไม่มีใบประกอบวิชาชีพทางกระทรวงศึกษาธิการก็สามารถเอาผิดได้หลายกระทง เพราะหากเปรียบไปแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการเราไปหาหมอเถื่อน

 

              และเพราะไม่มีใบประกอบวิชาชีพ การทำงานที่ไม่ได้มาตรฐาน จึงก่อให้เกิดการทำร้ายเด็กนักเรียนที่เป็นเพียงเด็กชั้นอนุบาลเท่านั้น

              ตรรกะป่วยๆของนายพิบูลย์ สะท้อนให้เห็นการบริหารที่นำบุคลากรที่ไม่มีคุณภาพมาทำงาน แล้วเวลาเกิดปัญหาเห็นได้ชัดเลยว่านายพิบูลย์ ในฐานะประธานอำนวยการโรงเรียนในเครือสารสาสน์ แก้ไขปัญหาอย่างไร

“ผมก็เสียใจ ผมขอโทษมาหลายหนแล้ว แต่ผู้ปปกครองบางทีก็ทำเกินไปหันหน้ามาแก้ไขสิ ไม่ใช่โจมตีให้แม่มึงตาย”

              “นักข่าวบางคนอ่านข่าวให้ปิดโรงเรียนไปเลย ปิดได้ไง คนดีที่ทำไม่มีเลยเหรอ แล้วทำผิดแค่นี้ ซึ่งผิดก็ไม่ใช่ของผม ผิดเพราะครูไม่ดี ผู้บริหารไม่ดี  แต่มาบอกทั้งโรงเรียนทั้งเครือ”

              จริงๆแล้วถ้านายพิบูลย์ ออกมายอมรับและพร้อมจะปรับปรุง โดยหลังจากนี้จะมีการกวดขันพฤติกรรมของครูรวมทั้งจะตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพให้ครูทุกคนต้องมี

              เรื่องทั้งหมดก็คงไม่ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์

              แต่ชัดเจนว่าคำพูดของนายพิบูลย์ย่อมแสดงถึง วุฒิทางอารมณ์และนโยบายบริหารโรงเรียนทั้งเครือว่าเป็นอย่างไร

              ซึ่งต่อไปใครจะนำลูกหลานเข้าไปเรียนที่เครือนี้ คงต้องคิดหนักไม่น้อย

 

              ทั้งนี้ เครือสารสาสน์ มีเฉพาะโรงเรียน 24 แห่ง และได้ขยายออกไป ระดับอุดมศึกษาเป็น 45 แห่ง

              โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ แจ้งเก็บค่าธรรมเนียม ห้องEP โดยเก็บปีละ 80,000 บาท ซึ่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 กำหนดว่า ห้องเรียนหนึ่งห้องจะต้องมีนักเรียนไม่เกิน 25 คนในชั้นอนุบาล ห้องเรียนระดับ มัธยมศึกษา ไม่เกิน 30 คน และเจ้าของเครือสารสาสน์ มีอำนาจเรียกเก็นเงินห้องเรียนละไม่เกิน 40,000 บาท ต่อปี ประกอบด้วย ค่าอาหาร ค่าประกัน ค่าว่ายน้ำ ค่าตรวจสารเสพติด ค่าทักษะเรียนเสริม และ ค่าอื่นๆ

 

โดยผู้ปกครองสามารถดำเนินคดีกับโรงเรียน ได้ เพราะเก็บเกินถึงเท่าตัวมากกว่าที่พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550  ที่กำหนดไว้

ซึ่งเท่ากับว่าทางโรงเรียนมีความผิดสำเร็จแล้ว และทางโรงเรียนจะต้องจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้ปกครอง

เอาแค่ว่าจ่ายเงินคืน 40,000 บาทให้ผู้ปกครองทุกคน ไม่ต้องถึง ล้านบาท นายพิบูลย์จะจ่ายหรือไม่?

 

             

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: