Biznews

ดับเครื่องชนค้าปลีกเต็มตัว!’ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส’ เข้าตลาดปี 65 หวังระดมทุนขยายสาขาเต็มสูบ!

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสล้างโลกอย่างโควิด-19 ที่ยังไม่มีท่าทีเบาบางลงแต่อย่างใด เปลี่ยนโลกทั้งใบเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีหลายธุรกิจล้มหายตายจากเป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยไม่สามารถต้านทานความเปลี่บนแปลงดังกล่าวได้ 
เช่นเดียวกับสมรภูมค้าปลีกไทยที่ได้รับผลกระทบไปอย่างเต็มๆ  เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ  ที่ต่างปรับตัวหนีตายกันเป็นจ้าละหวั่น ทำให้สถานการณ์การแข่งขันร้านค้าปลีกในประเทศไทยสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้านค้าปลีกขนาดย่อมที่ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

สำหรับธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ปัจจุบันแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทหลักๆ คือ
1. ห้างสรรพสินค้า (Department Store) เช่น เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์
2. ดิสเคาน์สโตร์ (Hypermarket/ Cash and Carry) เช่น เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, แม็คโคร
3. ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) เช่น ท็อปส์, วิลล่า มาร์เก็ท, ฟู้ดแลนด์
4. ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Stores) เช่น 7-11, แฟมิลี่มาร์ท, ลอว์สัน 108
5. ร้านค้าปลีกขายสินค้าเฉพาะอย่าง (Specialty Store) เช่น วัตสัน, บู๊ทส์, ซูเปอร์สปอร์ต, เพาเวอร์บาย, ออฟฟิศเมท, บีทูเอส, ซีเอ็ด
ในส่วนของร้านสะดวกซื้อ ดูจะเป็นเซกเมนท์ที่ดุเดือดในเวลานี้ แม้ว่าจะครองแชมป์โดยยักษ์ใหญ่อย่างเซเว่น อีเลฟเว่น ใต้ปีกซีพี ที่มีจำนวนสาขากว่า 1 หมื่นสาขาไปแล้ว  แต่ทว่า แบรนด์อื่นๆ  ในตลาดก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ท้าชิงอย่าง CJ  ภายใต้อาณาจักรคาราบาวกรุ๊ป

.
เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการบริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด หรือ CJ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างภายในองค์กรและยกระดับมาตรฐานภายในให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ และคาดว่าในไตรมาส 2 ปีนี้ จะสามารถแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินในการยื่นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับ CJทั้งนี้ วัตถุประสงค์การระดมทุนหลักคือการขยายสาขา และพัฒนาเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการภายใน เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารจัดการให้ CJ แข่งขันกับธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ ได้

เสถียรกล่าวว่า ใน 3 ปี CJ จะขยายสาขาเพิ่มอีก 1,000 สาขา เน้นพื้นที่ภาคกลาง เหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ จากปัจจุบันมีสาขาอยู่ราว 500 กว่าสาขา กระจายอยู่ใน 30 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมาย 580 สาขาในสิ้นปีนี้ และและเพิ่มเป็น 1,500 แห่ง ภายในปี 2566 โดยแต่ละปีลงทุนราว 2,350 ล้านบาท

สำหรับการเปิดสาขาใหม่ ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต ขนาดพื้นที่ 200 ตร.ม. งบลงทุนเฉลี่ย 8 ล้านบาท ซีเจ มอร์ ขนาดพื้นที่ 600-700 ตร.ม. หรือที่ดินขนาด 2 ไร่ ลงทุนเฉลี่ย 15 ล้านบาท ดังนั้น 3 ปีข้างหน้าใช้เม็ดเงินลงทุนร่วม 7,000 ล้านบาท
.
ขณะเดียวกัน แผน 3 ปี CJ ตั้งเป้าหมายยอดขายแตะ 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2563 มียอดขาย 1.7 หมื่นล้านบาท มีกำไรสุทธิราว 1 พันล้านบาท ส่วนปี 2654 ตั้งเป้าหมายยอดขายที่ 2 หมื่นล้านบาท

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: