difference-thinking

ดร.เทียม โชควัฒนา (ตอนที่ 8)

แต่งงาน

เมื่อข้าพเจ้ายังเล็กอยู่ คุณพ่อพาข้าพเจ้าไปเมืองจีน และให้นับเป็นพี่น้องกันทั้งสองภรรยา คุณแม่ของข้าพเจ้ามีลูก 4 คน ข้าพเจ้าเป็นลูกคนโตของคุณแม่ คุณธนา ธนสารศิลป์ เป็นลูกคนที่สองและฮั่งตง เป็นคนที่สาม แต่ข้าพเจ้านับเป็นลูกชายคนที่สามของคุณพ่อ ลูกค้าจึงเรียกข้าพเจ้าว่า ซำเสี่ย คุณธนาเป็นสี่เสี่ย คุณมนูน้องชายคนละแม่เป็น โหงวเสี่ย และฮั่งตง น้องชายของข้าพเจ้าเป็น หลักเสี่ย

คุณแม่มีลูกสาวคนสุดท้อง น้องสาวข้าพเจ้าคนนี้เล่นก้านธูปแล้วโดนตาทำให้ตาบอด คุณแม่เสียใจมากถึงกับล้มป่วยและสิ้นชีวิต เมื่ออายุประมาณ 30 กว่าปี นับว่าคุณแม่ของข้าพเจ้ามีอายุสั้นมาก

ปี พ.ศ. 2475 คุณแม่จากไปขณะที่ข้าพเจ้ามีอายุ 17 ปี ร้านลี้เปียวฮะ เป็นร้านของกงสี มีพี่น้อง 7 ครอบครัวอยู่รวมกัน คุณพ่อคุณแม่ของข้าพเจ้าเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นผู้แจกข้าวสาร ค่าเลี้ยงดูครอบครัว เมื่อขาดหัวหน้าฝ่ายหญิง คุณพ่อจึงตัดสินใจว่า ข้าพเจ้าจะต้องแต่งงานมีครอบครัว มีผู้หญิงมาช่วยดูแลน้องๆ 3 คน

มีแม่สื่อมาแนะนำคุณพ่อว่า ลูกสาวร้านขายทอง ชื่อ ซิ่วจิง แซ่ตั้ง อยู่แถวประตูน้ำ อายุ 19 ปี เป็นพี่สาวคนโต เก่งทำงานและดูแลน้องๆหลายคน เหมาะสมที่จะแต่งงานกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงรีบไปแอบดูที่หน้าร้านทอง เห็นหน้าตาสวย จึงตกลง

เราแต่งงานกันเมื่อ พ.ศ. 2476 เรือนหอเป็นโกดังเก็บสินค้าชื่อ ตงเอียงจั่ง ห่างจากร้านลี้เปียวฮะประมาณ 4-5 ห้อง หลังแต่งงานได้ไปถ่ายรูปคู่ บรรดาอาสะใภ้บอกว่าไม่สมควร แต่เราก็ยืนยัน จึงต้องนั่งห่างกันหน่อย ไม่ให้ดูใกล้ชิดกันเกินไป

เราอยู่ที่บ้านตงเอียงจั่งได้เพียง 2 ปีเศษ มีลูกชาย 1 คน คุณแม่ของภรรยาเห็นว่าบ้านคับแคบ จึงให้ย้ายออกมาอยู่ห้องแถวสองชั้น ย่านมาเกงโจ่ย (หน้าศาลเจ้า) เป็นตรอกเล็กๆ สามารถเดินทะลุออกเยาวราชได้

“ทำงานไม่ได้ความ ถ้าแต่งงานก็ไม่มีปัญญาจะหาเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียได้”

เป็นคำสบประมาทของคุณอาที่เป็นหลงจู๊ พูดให้ข้าพเจ้าและคนอื่นได้ยินเสมอ ทำให้คับแค้นใจมาก จนภรรยาเห็นใจจึงช่วยเหลือเป็นอย่างมาก นอกจากช่วยเลี้ยงน้องข้าพเจ้า 3 คนแล้ว ยังช่วยคุณพ่อเขียนใบเสร็จรับเงินภาษาไทยด้วย ทำให้บรรดาอาสะใภ้ขัดเคืองใจ คอยภาวนาให้ข้าพเจ้ามีลูกสาว คุณพ่อไม่ชอบหลานสาว เพราะมีความคิดว่าผู้หญิงไม่สามารถสืบตระกูลได้ โตขึ้นก็ต้องแต่งงานไปช่วยเหลือผู้อื่น

ห้าปีแรกของการแต่งงาน ข้าพเจ้ามีลูกชายสามคน คือ บุณย์เอก บุญปกรณ์ บุณยสิทธิ์ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดียิ่ง สำหรับประเพณีจีน ต่อมาจึงมีลูกสาวคนแรกชื่อ ศิริยล

คุณพ่อของข้าพเจ้าชอบลูกสะใภ้ เพราะนอกจากดูแลบ้านแทนคุณแม่ข้าพเจ้าได้ เลี้ยงน้องของข้าพเจ้าได้ ยังมีลูกชายถึง 3 คน ภรรยาข้าพเจ้าชอบเรียนหนังสือ แต่เนื่องจากเป็นลูกสาวคนโต จึงต้องลาออกจากโรงเรียนด้วยความเสียสละ

นอกจากเก่งภาษาจีนแล้ว ยังสามารถเขียนหนังสือไทยและติดต่อกับข้าราชการไทยได้ ยามใดที่มีปัญหากับข้าราชการ ภรรยาข้าพเจ้าก็สามารถตอบข้อซักถามได้ ในสมัยนั้นการค้าไม่มีบัญชี อาศัยการนับสินค้าและการนับเงินสด อาศัยความรอบคอบและความจำ จึงรู้ว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ มีสินค้าคงเหลือเท่าไหร่

ข้าพเจ้าทำงานที่ลี้เปียวฮะ เป็นลูกน้องของคุณพ่อและคุณอา 10 ปี ได้พยายามขยันทำงานมากที่สุด เพราะมีภาระต้องดูแลลูก 4 คน น้อง 3 คน แต่ความขัดแย้งทวีขึ้น จนวันหนึ่งคุณพ่อต้องตัดสินใจแยกกงสี

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: