difference-thinkingSpecial Scoop

ดร.เทียม โชควัฒนา (ตอนที่ 24)

ลูกหนี้

ในการทำการค้าของข้าพเจ้า ต้องพบกับลูกหนี้ล้มละลายพร้อม ๆ กันหลายสิบราย เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงกะทันหันของภาวะเศรษฐกิจ ข้าพเจ้าได้เลือกเฉพาะลูกหนี้รายใหญ่ประมาณ 10 ราย แล้วเชิญคนเหล่านั้นมาสนทนาอย่างคนชอบพอที่มีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

การสนทนาครั้งนั้น ถ้าจะว่าไปแล้วก็นับได้ว่าเป็นการวิจัยอย่างหนึ่ง

การล้มละลายของคนเราย่อมมีมูลเหตุ ข้าพเจ้าถามเขาว่า เขาเริ่มต้นการค้าแบบไหน ขยับขยายกิจการอย่างไร อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในตอนต้นและมาล่มจมในภายหลัง

ข้าพเจ้าใช้วิธีเช่นนี้กับลูกหนี้รายใหญ่ที่ล้มละลายจนถึงปี พ.ศ. 2517 กว่า 100 ราย ได้ศึกษารู้ถึงสาเหตุ ข้อบกพร่อง ความผันผวน ความโชคร้ายของเขาเหล่านั้น จนข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้ามีความรู้พอที่จะมองลูกค้าบางคนออกว่า เขาจะมีอนาคตหรือสิ้นเนื้อประดาตัว
อีกเรื่องหนึ่งที่มีความผูกพันอย่างมากในธุรกิจการค้า คือ การออกเช็คชำระเงิน

ข้าพเจ้าเคยทิ้งเช็คที่ไม่มีเงินนับไม่ถ้วน แต่กับลูกค้าบางรายที่แกล้งออกเช็คไม่มีเงินเพราะหวังฉ้อโกง จำเป็นต้องแจ้งจับดำเนินคดีตามกฎหมาย

ครั้งหนึ่ง พนักงานของข้าพเจ้าไปแจ้งจับลูกหนี้คนหนึ่งฐานออกเช็คไม่มีเงิน เขาโทรศัพท์มาบอกว่า ลูกค้าคนนี้มีลูกสองคน ตำรวจจับเข้าห้องขังทั้งแม่ทั้งลูก ข้าพเจ้าบอกให้เขาปล่อยตัวเธอไป เพราะเชื่อว่าไม่มีใครอยากเข้าห้องขังพร้อมกับลูกเล็ก ๆ หากตัวเองมีเงินชำระหนี้

เมื่อปล่อยตัวไปนั้น เรายังต้องให้ค่ารถเธอกลับบ้านอีก 100 บาท

ลูกค้าอีกรายหนึ่งออกเช็คไม่มีเงิน เมื่อเราแจ้งตำรวจไปจับเขา เขาโมโหมาก ประกาศว่าจะยิงผู้จัดการเฮียบเซ่งเชียงทิ้งเสีย

ข้าพเจ้าจึงบอกให้ลูกน้องไปนำตัวเขามาพบ เมื่อเขามาแล้วข้าพเจ้าบอกกับเขาว่า ตัวข้าพเจ้าเป็นผู้จัดการ ที่แจ้งตำรวจจับเขา เพราะข้าพเจ้าทำตามหน้าที่ ลูกหนี้รายนี้ข้าพเจ้าเคยเตือนไปหลายครั้งก็เพิกเฉยทำเป็นทองไม่รู้ร้อน จำเป็นต้องแจ้งจับเพราะไม่มีทางเลือกอย่างอื่น ความจริงเรื่องหนี้สินเรามีการผ่อนสั้นผ่อนยาวได้ตามความจำเป็น มีอะไรก็ให้มาพูดกัน ถ้าเขาเป็นข้าพเจ้าเขาก็คงทำอย่างที่ข้าพเจ้าทำ
เมื่อได้สนทนากันแล้วก็เกิดความเข้าใจกัน ตกลงกันได้และยังคบค้าติดต่อกัน

คนเรานั้นเมื่อเลือกเข้าตา โมโหขึ้นหน้า อาจพูดจาแบบไม่ยั้งคิด เราโมโหตอบ เรื่องก็จะยิ่งปะทุใหญ่ ไม่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

ปีพุทธศักราช 1496 ข้าพเจ้าได้เปิดบัญชีให้ร้านค้าในสำเพ็ง และกิจการร้านค้าล้มเลิกไป พนักงานของเราจะไปขนทรัพย์สินออกจากร้านเขาเป็นการชำระหนี้

ข้าพเจ้าบอกกับหลงจู๊ว่า การเปิดบัญชีและร้านติดค้างเงินไม่ชำระหนี้ กฎหมายถือเป็นความผิดทางแพ่ง ต้องฟ้องศาลให้มีการยึดทรัพย์เพื่อนำมาประมูลชำระหนี้ การเข้าไปขนทรัพย์สินของเขาโดยพลการเป็นการบุกรุกลักทรัพย์ ถือเป็นความผิดทางอาญา

การใช้อิทธิพลเอาตำรวจไปข่มขู่ก็ไม่ใช่เรื่องสมควร อย่าได้หมิ่นคนอื่นว่าเป็นคนไม่มีเจ้านาย ไร้ญาติ ขาดที่พึ่ง ถ้าเขาเกิดมีเจ้านายมีอิทธิพลตำรวจคนนั้นก็โดยไล่ออก และเราก็มีความผิดทางอาญา

หลงจู๊ยืนยันกับข้าพเจ้าว่า ร้านค้านั้นไม่มีอิทธิพล

ข้าพเจ้าเป็นคนใจอ่อน ต้องสูญทรัพย์สินบ่อย ๆ แต่ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าคิดรอบคอบแล้ว จึงให้สำนักงานทนายความดำเนินคดีไปตามกฎหมาย

หลังจากได้มีการฟ้องร้อง ลูกหนี้ได้ส่งรองนายกสมาคมพ่อค้าจีน ซึ่งเป็นญาติของเขามาหาข้าพเจ้าเพื่อไกล่เกลี่ยขอประนีประนอมยอมความ

ข้าพเจ้าจึงบอกกับหลงจู๊ว่า การปฏิบัติตามกฎหมายในสิ่งที่ถูกต้อง แม้เขาจะเป็นคนใหญ่คนโต เขาก็ต้องมาหาเราวันยันค่ำ หากคิดว่าเขาเป็นคนไม่มีเจ้านายหรือมีอิทธิพลน้อย เราทำอะไรได้โดยพลการ ก็ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล เสียเวลาทำมาหากิน

เพราะฉะนั้น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายแล้วไม่ว่าจะเป็นกรณีใหญ่หรือเล็ก ข้าพเจ้าจะต้องตัดสินใจด้วนตนเอง

คนเราจะเป็นใหญ่เป็นโตในภายหน้า พื้นฐานต้องเป็นคนสุจริตจริงใจ มีคุณธรรม มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารีต่อคนอื่น

ธุรกิจทำให้ต้องแก่งแย่งแข่งขันเพื่อผลประโยชน์ แต่ก็ขอให้การแข่งขันนั้นดำเนินไปบนแนวทางที่ถูกต้องและเปิดเผย

ผู้ซึ่งทำอะไรอย่างเปิดเผย กระจ่างแจ้ง ถูกต้องตามแบบแผนทำนองคลองธรรม แม้จะแพ้ ก็ชนะใจมิตรและศัตรู และเมื่อถึงคราวที่ได้ชัยชนะก็จะได้รับคำสรรเสริญ

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: