Biznews

ช้าก่อนสายเขียว!ชาวเน็ตแชร์ประสบการณ์ กิน ‘เทมปุระใบกัญชา’

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Tomorn Sookprecha” ได้ออกมาโพสต์ข้อความแบ่งปันประสบการณ์ของตนเองเกี่ยวกับกัญชา โดยเจ้าตัวห่วงกลุ่มผู้บริโภค หากไม่มีความรู้เกี่ยวกับสารต่างๆในตัวของกัญชา โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่มีความคึกคะนอง ทั้งนี้ ได้ระบุข้อความว่า

.”ประสบการณ์กัญชาที่เคยมี ครั้งแรกเกิดที่อัมสเตอร์ดัม คือเข้าร้านที่เขาจัดให้มีการสูบกัญชาได้ ขายเป็นมวนๆ ที่ตลกก็คือ คนขายบอกว่า กัญชาที่เจ๋งที่สุดในร้าน เป็นกัญชาจากประเทศไทย
.
ลองสูบไปมวนแรก ไม่เห็นเกิดอะไรขึ้นเลย เลยได้ลองมวนที่สอง ก็ยังไม่ค่อยรู้สึกอะไรอีกอยู่ดี อาจเพราะไปคิดว่า สูบกัญชาแล้วต้องสนุก ต้องหัวเราะ ก็เลยพยายามสนุก พยายามหัวเราะ อารมณ์มันเลยไปเกินสารเคมี สุดท้ายก็เลยรู้สึกว่าเฉยๆ
.
อีกทีหนึ่งคือไปแคลิฟอร์เนีย ที่สามารถขายกัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย (ตามที่รัฐกำหนด) มีร้านขายกัญชาที่ทำเป็นลูกอม เป็นแคนดี้ อะไรทำนองนี้ ก็ลองซื้อมา โดยเขาจะบอกเลยว่า แต่ละแบบมี CBD หรือ THC เท่าไหร่อย่างไร เพื่อให้ได้ฤทธิ์ตามที่ต้องการ จะเอาแบบผ่อนคลายหรือคึกคักก็ว่ากันไป
.
อันนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรกับกัญชาอีกนั่นแหละ – ทั้งนี้แอบเข้าใจไปเอง (โดยไม่ได้ไปค้นอะไรเพิ่ม) ว่ารัฐคงมี Regulation อะไรบางอย่าง ทำให้ฤทธิ์ของกัญชาไม่แรงจนเกินไป
.
จนล่าสุด ได้มาเจอกับเพื่อนที่ทำ ‘เทมปุระกัญชา’ ให้กิน
.
ประเด็นก็คือ ในตอนนั้นไม่มีใครรู้ชัดๆ ว่า กัญชานั้นควรจะกินแค่ไหน ที่จริงถ้าทำเทมปุระ ควรจะใช้ใบเดียว เอาไปชุบแป้งแล้วทอดก็น่าจะเหลือเฟือแล้ว แต่แม่บ้านของเพื่อนดันเอากัญชามาใส่แป้ง แล้วทอดเป็นก้อนๆ คือหนึ่งก้อนน่าจะมีอย่างน้อยก็ห้าหกใบ หรืออาจจะถึงสิบใบ
.
ที่แย่ก็คือมันอร่อย เพื่อนบางคนในวงจึงกินเทมปุระนั่นไปสามชิ้น (ซึ่งก็คือยี่สิบใบเป็นอย่างต่ำ)
.
ตอนนี้รู้แล้วว่า อย่าทำอย่างนั้นเป็นอันขาด มันอันตรายมาก ในใบกัญชาสด จะมี THCA หรือ Tetrahydrocannabinolic acid และ CBDA หรือ Cannabidiolic acid ซึ่งไม่ได้มีฤทธิ์อะไรมากนัก กินสดๆ จะกินหลายใบหน่อยก็ไม่ค่อยมีผลมาก (แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่ควรกินกัญชาสดเกินสี่ห้าใบ)
.
แต่ถ้าเมื่อไหร่นำมาผ่านความร้อน โดยเฉพาะการทอด THCA และ CBDA จะกลายร่างไปเป็น THC และ CBD (THC จะเยอะกว่า) ซึ่งถ้ากินเยอะๆ ก็จะส่งผลได้มากมายหลายหลาก การกินเทมปุระใบกัญชาวันนั้นจึงเรียกได้ว่า overdose ทำให้มีทั้งคนง่วงนอน ต้องนอนเดี๋ยวนั้น เวียนหัว อาเจียน ใจสั่น รู้สึกวิ้งๆ เหมือนอยู่ในโลกบ้างไม่ได้อยู่ในโลกบ้างสลับกัน
.
ส่วนตัวรู้สึกว่าเวลามันยืดยาวออกไปไม่สิ้นสุด ห้านาทีเหมือนหนึ่งชั่วโมงอะไรแบบนั้น ที่แย่ก็คือ ทุกคนรู้ตัว และพยายามไป ‘ขืน’ มัน ซึ่งเขาบอกว่ามันจะยิ่งก่อให้เกิดผลขัดแย้งกันในตัวเองมากขึ้น ต้องปล่อยตัวไปตามฤทธิ์ของมัน
.
แต่ผลเลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นหลังจากนั้น คือต้องใช้เวลาให้ร่างกายค่อยๆ ขับสารเคมีเหล่านี้ออกไปถึงเกือบสองวันเต็มๆ คือวันรุ่งขึ้นและวันถัดไปนั้น แทบทำอะไรไม่ได้เลย โชคดีที่เป็นวันหยุด จึงไม่ถึงขั้นเสียงานเสียการ แต่ทุกคนก็บ่นอุบว่าไม่เอาอีกแล้ว
.
โดยส่วนตัวไม่ชอบการ ‘บิดจิต’ พวกนี้เท่าไหร่ แต่คิดว่าตัวเองแข็งแรงทางใจมากพอจะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้ ซึ่งก็พอรับมือได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้ามากเกินไป (แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์) ก็พบว่ารับมือไม่ได้เหมือนกัน
.
เรื่องของกัญชาจึงไม่ใช่เรื่องสนุกๆ เรื่องเล่นๆ โดยเฉพาะกับสังคมลูกตุ้มที่เหวี่ยงจากการ Control เข้มข้น มาสู่สภาวะที่ดูเสรีไร้ Regulation ใดๆ อย่างสิ้นเชิง (จริงๆ มีกฎหมายอยู่ แต่เหมือนอยู่ในสภาวะสุญญากาศ) – จึงน่าจะเป็นเรื่องอันตรายไม่น้อยถ้าหากนำมาบริโภคโดยไม่รู้จักสารต่างๆ อย่างถ่องแท้จริงๆ”
Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: