Biznews

ชาติอื่นไม่เอา! พรีเซ็นเตอร์ “มาชิตะ” ต้อง เกาหลี เท่านั้น

ทำตลาดมากว่า 7 ปีสำหรับแบรนด์ “มาชิตะ” หนึ่งในสินค้าเรือธงของค่ายสิงห์ที่เน้นกลยุทธ์สำคัญนอกเหนือไปจากสินค้าที่ต้องมีรสชาติเกาหลีแท้ๆ  แล้ว พรีเซ็นเตอร์ของค่ายนี้ก็ต้องเป็นคนเกาหลีเท่านั้น 

ไล่มาตั้งแต่  คยูฮยอน นักร้องดังจากวง Super Junior (ซุปเปอร์จูเนียร์) พรีเซนเตอร์ของสาหร่ายมาชิตะ ตามด้วย ศิลปินบอยแบนด์เกาหลีชื่อดังระดับเอเชีย “NCT” รือ เอ็นซีที จากค่าย S.M. Entertainment (เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเมนท์) มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งทางผู้บริหารของมาชิตะ ย้ำว่า การเลือกพรีเซ็นเตอร์มาขิตะนั้นต้องดูกระแสของศิลปินในช่วงนั้นๆ  ก่อนว่าใครมาแรง มีบุคลิกที่เข้าถึงง่าย มีฐานแฟนคลับชาวไทยที่เหนียวแน่น

ล่าสุด เปิดศักราชใหม่ได้ไม่นาน มาชิตะ ระเบิดศึกสาหร่าย ด้วยการเผยโฉมพรีเซ็นเตอร์ศิลปินไอดอลเกาหลีคนใหม่ “พัคจีฮุน” ซึ่งกำลังมาแรง พร้อมยกเครื่องการตลาดใหม่ ปรับสูตร “0% ผงชูรส” ในสินค้าทั้งหมด เพื่อตอบรับเทรนด์รักสุขภาพของผู้บริโภค หลังจากปลายปีที่แล้วลุยกลยุทธ์ Collaboration แบรนด์ดังอย่าง“บาร์บีคิวพลาซ่า” เสิร์ฟสาหร่ายทะเลทอดกรอบรสชาติใหม่ มัดใจกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นมาแล้ว

ธิติพร  ธรรมาภิมุขกุล ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาด ธุรกิจนอนแอลกอฮอลล์ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า แนวทางการทำตลาดผลิตภัณฑ์สาหร่ายมาชิตะในปี 2562 ได้ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ โดยการออกสินค้าใหม่ พร้อมปรับสูตรการผลิตของผลิตภัณฑ์ นอกจากจะเป็นการทำให้ตลาดมีความตื่นเต้น ยังนับเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทรนด์การรักสุขภาพยังคงมาแรงและขยายตัวมากขึ้น

 ล่าสุด มาชิตะ ถือเป็นแบรนด์เดียวในตลาดสาหร่ายที่ทุกสินค้าเป็นสูตร 0% ผงชูรส (Monosodium Glutamate)  แต่ยังคงไว้ซึ่งความอร่อย โดยใช้สาหร่ายคุณภาพที่ได้มาตรฐาน เกรด A จากประเทศเกาหลี 100% และมาชิตะเป็นสาหร่ายไทยแบรนด์แรกที่ได้รับรางวัลการันตีความอร่อยระดับสากล จากสถาบันรับรองด้านรสชาติและคุณภาพอาหารนานาชาติ  ITQI

 ทั้งนี้ ยังมีการปรับบรรจุภัณฑ์ (แพ็คเกจจิ้ง) สินค้าใหม่ทั้งหมด เพื่อให้มีสีสันโดดเด่น สะดุดตา สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และกลยุทธ์ด้านแพ็คเกจจิ้ง ยังเป็นด่านแรกที่ช่วยดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย สร้างความประทับใจ(First impression) ได้ตั้งแต่บนชั้นวางสินค้า(เชลฟ์) หรือจุดจำหน่ายต่างๆ

 อีกทั้ง แบรนด์มาชิตะ เป็นต้นตำหรับแบรนด์สาหร่ายรายแรกของไทยที่มีศิลปิน K-POP จากเกาหลีมาใช้เป็นกลยุทธ์การทำตลาด เริ่มจาก “คยูฮยอน” ศิลปินจากค่ายเอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเมนท์ มาจนถึง 5 หนุ่มจาก “NCT”  บอยแบนด์ดาวรุ่งอันดับ 1 ของค่ายเดียวกัน ปีนี้ มาชิตะ ตอกย้ำกลยุทธ์ใช้ศิลปิน K-POP บริษัทได้เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ “พัคจีฮุน” (Park Jihoon) อดีตสมาชิกบอยแบนด์ “วอนนาวัน” (WANNA ONE) ศิลปินไอดอลดัง K-POP เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายหลักวัยรุ่นอายุ 12-18 ปี กลยุทธ์ดังกล่าวส่งผลให้แบรนด์มาชิตะมีการเติบโตหลายด้าน ที่สำคัญยังเป็นการตอกย้ำภาพผู้นำของมาชิตะ ในการใช้ศิลปินเกาหลีเป็นพรีเซ็นเตอร์ และช่วยสร้างการรับรู้ สร้างแบรนด์เอนเกจเมนท์กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายในหมู่วัยรุ่นได้เป็นอย่างดี รวมถึงผลักดันยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทยังทุ่มงบประมาณมากกว่า 50 ล้านบาท ในการจัดกิจกรรมการตลาด มีแคมเปญต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น เช่น การจัดกิจกรรมบนโลกออนไลน์ทายพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ กระตุ้นให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์(Engagement) เปิดให้กลุ่มเป้าหมายแฟนคลับได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับแบรนด์และพรีเซ็นเตอร์คนใหม่อย่างใกล้ชิด และสื่อสารการตลาดสร้างการรับรู้สินค้าสูตรใหม่แบบไม่มีผงชูรสผ่านสื่ออย่างครบวงจรทั้ง Above the Line และ Below the Line

“ในยุคที่ผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์ พฤติกรรมการใช้ชีวิต บริโภคสินค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้แบรนด์ต้องจับเทรนด์ให้ทัน เพื่อตอบสนองความต้องการกลุ่มเป้าหมาย และปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้บริโภคยุคนี้ให้ความสำคัญกับและใส่ใจสุขภาพมากขึ้น มาชิตะจึงปรับสูตรสาหร่ายใหม่เป็นแบบไม่มีผงชูรสเข้าทำตลาด แต่เท่านั้นไม่พอ เรายังเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ใหม่ ซึ่งเป็นศิลปินไอดอลจากเกาหลี       พัคจีฮุน เพราะมาชิตะถือเป็นแบรนด์สาหร่ายรายแรกที่ใช้พรีเซ็นเตอร์เค-ป๊อป มาช่วยสร้างแบรนด์เพื่อสะท้อนภาพการเจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นที่โดดเด่นมาก เมื่อเทียบกับคู่แข่ง”

ส่วนภาพรวมตลาดสาหร่ายปี 2561 มีมูลค่าประมาณ 3,031 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 5% เมื่อแบ่งเป็นเซ็กเมนต์ สาหร่ายทอดเป็นตลาดใหญ่สุดมูลค่า 1,932 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน63.7%     มีอัตราการเติบโต 2% กลุ่มสาหร่ายอบ 691 ล้านบาท สัดส่วน 22.8% เติบโต 3% กลุ่มสาหร่ายย่าง 386 ล้านบาท สัดส่วน 12.7% เติบโต 24.6% และกลุ่มสาหร่ายเทมปุระ 21 ล้านบาท สัดส่วน 0.7% เติบโต 134%

 

ทั้งนี้ เถ้าแก่น้อย ครองความเป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งราว 60% ตามด้วย มาชิตะ กว่า 16% ซิลิโกะ รั้งอันดับสามด้วยส่วนแบ่งประมาณ 3%  โดยปีนี้มาชิตะตั้งเป้าขยับส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 20% หรือมียอดขายประมาณ 600 ล้านบาท เพิ่มข้ึนจากปีที่ผ่านมาที่ทำรายได้ 500 ล้านบาท

  “การทำตลาดทั้งปี สาหร่ายมาชิตะมีเป้าหมายจะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 20%”

นอกจากการทำตลาดในประเทศแล้ว มาชิตะ ยังเน้นการทำตลาดต่างประเทศโดยเริ่มเมื่อปีที่แล้ว ประเทศหลักคือจีน ซึ่งมีคู่แข่งกรุยทางนำไหน้าไปก่อนแล้ว โดยกลยุทธ์ของมาชิตะคือการใช้พรีเซ็นเตอร์คนไทยคนแรกไปทำตลาดในประเทศจีน นั่นคือ“นน ชานน สันตินธรกุล” ดาราหนุ่มคนล่าสุดที่กำลังได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก หลังจากที่หนังฉลาดเกมส์โกงออกฉาย และยังเป็นที่ชื่นชอบของแฟนคลับในจีนอีกด้วย

ธิติพร ยอมรับว่า การทำตลาดในจีนซึ่งตามหลังคู่แข่งอยู่หลายช่วงตัวไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากจนเกินไปจึงต้องใช้เน้นการสรา้งแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายนอกจากภารกิจต้องทำให้แบรนด์มาชิตะเติบโตมากกว่าตลาดแล้ว ตลาดส่งออก โดยเฉพาะจีนถือเป็นความท้าทายของเขา

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: