BiznewsPR News

“จะต้องไปพันธ์ุทิพย์” แอสเสท เวิรด์รีเฟรช ‘พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน’ 

คงไม่มีใครไม่รู้จัก พันธ์ุทิพย์ พลาซ่า ศูนย์การค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโทรคมนาคมแห่งแรกและขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีสาขาแรกสุด ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร บริหารงานโดย บริษัท ทิพยพัฒน์อาเขต จำกัด ในเครือบริษัท ที.ซี.ซี.แลนด์รีเทล จำกัด

 

พันธุ์ทิพย์พลาซ่า เปิดดำเนินการเมื่อ พ.ศ. 2527 เดิมใช้ชื่อว่า “เอ็กซ์เซล” โดยนำลิฟท์แก้วมาติดตั้งเป็นแห่งที่สองของประเทศไทย และใช้ระบบการอ่านรหัสแท่ง (Bar Code) เพื่อตรวจสอบราคาจากตัวสินค้า เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทยซึ่งภายในมี โรงภาพยนตร์พันธุ์ทิพย์ และ พันธุ์ทิพย์ภัตตาคาร ซึ่งจำหน่ายอาหารจีน  

ในระยะต่อมา จำนวนลูกค้าที่เข้าใช้บริการเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีห้างสรรพสินค้าเปิดตัวขึ้นหลายแห่งในละแวกนั้น เป็นผลให้ร้านค้าที่มีอยู่ทยอยปิดตัวลง จึงเปิดให้ทางห้างเอ็กเซลเช่าพื้นที่ภายในส่วนหนึ่ง พร้อมกันนั้นก็จัดร้านค้าเฉพาะกลุ่มเข้าเป็นสัดส่วน อาทิ ศูนย์เช่าพระเครื่อง ร้านจำหน่ายสินค้ามือสอง เป็นต้น

หลังจากนั้น เป็นช่วงอสังหาริมทรัพย์เฟื่องฟู จึงกลายเป็นศูนย์รวมสำนักงานโครงการคอนโดมิเนียมต่างๆ โดยแบ่งอยู่กับศูนย์เช่าพระเครื่อง ส่วนภัตตาคารที่ปิดกิจการไป ก็ปรับปรุงเป็นห้างไอทีซิตี และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ก็ปรับปรุงเป็นศูนย์รวมร้านค้าคอมพิวเตอร์แห่งแรกของประเทศไทย ขณะเดียวกัน แผงเช่าพระเครื่องก็ค่อย ๆ ลดลงไป จนกลายเป็นศูนย์ไอทีเต็มพื้นที่มาถึงปัจจุบัน และกลายเป็นแหล่งกาารค้าขายบสินค้าไอทีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  ประกอบด้วย

 

ล่าสุด กลุ่มแอสเสท เวิรด์ รีเทล ในเครือของแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น (ทีซีซี กรุ๊ป) หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาโครงการรีเทลของไทยขยายความแข็งแกร่งสู่โซนกรุงเทพฯ เชื่อมต่อนนทบุรี ระดมงบกว่า 60 ล้านบาทปรับโฉมศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ชูแนวคิด ‘ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้’ เติมเต็มความต้องการ  

นางสาวเอกกฤตา แก้วพูลศรี ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เปิดเผยว่า ในปีนี้ไปจนถึงปี 2562 ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ได้ดำเนินการปรับโฉมศูนย์ฯ ในส่วนสำคัญต่างๆ อาทิ การปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ตลอดจนการปรับโซนช้อปปิ้งต่างๆ ให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้ายิ่งขึ้น ซึ่งการปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ของปี 2562 

“การปรับโฉมศูนย์ฯ จะเน้นเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ ลิฟต์ บันไดเลื่อน ห้องน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านบริการให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งการปรับปรุงสภาพพื้นที่โดยรวมให้สวยงาม อาทิ ปรับปรุงสะพานลอยให้เชื่อมกับอาคารลานจอดรถฝั่งตรงข้ามของศูนย์ฯ, ปรับปรุงด้านหน้าศูนย์ฯ, ตกแต่งพื้นที่ส่วนกลาง ชั้น 1-2 เพื่อเพิ่มบรรยากาศในขณะที่ลูกค้าเลือกซื้อสินค้า ที่สำคัญยังได้ปรับโซนสินค้าเพื่อเป็นศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ วาไรตี้ และเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินช้อปปิ้งมากยิ่งขึ้น โดยย้ายกลุ่มร้านค้ามือถือจากชั้น 2 ขึ้นไปรวมกับร้านค้าไอที ชั้น 4 เพื่อแบ่งโซนสินค้าให้เป็นหมวดหมู่ชัดเจนรองรับกลุ่มลูกค้าคอไอทีและกลุ่มลูกค้าที่สนใจนวัตกรรมใหม่ๆ โดยยังคงแนวคิดการเป็นศูนย์การค้าที่ดึงดูดลูกค้าด้วยสินค้าที่หลากหลาย มีคุณภาพ และราคาถูก ไฮไลท์ที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ของศูนย์ฯ ได้แก่ โซนตลาดนัดติดแอร์ชั้น 6, 7 และ 8 ซึ่งถือได้ว่าใหญ่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี และในเดือนธันวาคมนี้ ได้ขยายเวลาเพิ่มจากเดิมเสาร์-อาทิตย์ เพิ่มเป็นเปิดศุกร์ถึงอาทิตย์ โดยได้เริ่มเปิดแล้วตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา, โซนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีที่มีให้เลือกหลากหลาย ราคาถูก และโซนศูนย์พระเครื่องที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ดำเนินงานโดยคุณพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย”

ด้านกลุ่มเป้าหมายของศูนย์ฯ นั้น นางสาวเอกกฤตา อธิบายเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าของศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน มีอายุระหว่าง 15-60 ปี โดยส่วนมากจะเป็นกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา กลุ่มคนทำงาน และกลุ่มวัยเกษียณ และการปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้ จะสามารถขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่กลุ่มวัยเริ่มทำงานและกลุ่มครอบครัวเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการสินค้าและบริการที่มีราคาไม่สูงและต้องมีความหลากหลาย คุณภาพดี ราคาถูก

เรื่องกลยุทธ์การเพิ่มอัตราการเติบโตของศูนย์ฯ นั้น  พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วานพยายามที่จะคัดสรรร้านค้าและบริการที่หลากหลายเพื่อตอบรับกลยุทธ์ Simple and Easy ให้เป็นที่ที่ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถจับต้องได้ อาทิ กลุ่มลูกค้าที่สนใจพระเครื่องพระบูชา ทางศูนย์ฯ จะจัดกรุ๊ปทัวร์พระเครื่องและจัดโซนพระเครื่องสำหรับชาวต่างชาติที่สนใจ กลุ่มครอบครัวที่สนใจสินค้าตลาดนัด โดยจะเพิ่มสินค้า อาทิ สินค้าของเล่นญี่ปุ่น ของสะสม กลุ่มคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ได้สรรหาร้านค้าไอทีใหม่ๆ และร้านอาหารหลากสไตล์ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าซึ่งได้เปิดให้บริการแล้วในปี 2561 ได้แก่ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร, ร้านบ้านก๋วยเตี๋ยว, สเวนเซ่นส์ เสริมด้วยกลุ่มร้านค้าหลักๆ ที่เปิดให้บริการอยู่แล้ว ได้แก่ Texas, TOP Market, IT City, JIB, Banana IT, MR.D.I.Y, Watson , นิติพลฯ และได้วางแผนจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อแนะนำโซนชั้น 4 ซึ่งจะจัดมหกรรมสินค้าลดราคา การจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม โดยในปี 2562 มีงบการตลาดและการทำประชาสัมพันธ์ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท เพื่อทำให้ลูกค้ารู้จักศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วานมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน สามารถปล่อยเช่าพื้นที่โดยรวมได้แล้วประมาณ 80% และ โดยอีก 20%จะมีการเพิ่มสินค้ากลุ่มแฟชั่นและอาหารให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งการปรับโฉมใหม่นี้คาดว่าจะมีปริมาณลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นจากเดิม 35,000 คน เป็น 40,000 คนต่อวัน และคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 15 % จากปีที่ผ่านมา

“การเติบโตของเขตเศรษฐกิจในย่านงามวงศ์วาน การเดินทางที่รวดเร็ว ความสะดวกสบาย ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนขั้นที่ 2 (ทางด่วนบางโคล่-แจ้งวัฒนะ) ทำให้ลูกค้าสามารถเดินทางมาใช้บริการจากทุกแห่งได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังเป็นจุดต่อรถ เช่น รถตู้ ซึ่งศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน มีรถตู้ให้บริการกว่า 10 สาย ได้แก่ เพลินจิต, สีลม, มีนบุรี, บางกะปิ, มาบุญครอง, นครปฐม, พระราม 9 และรถสามล้อเครื่อง, และรถประจำทาง ทั้งยังมีการเดินทางที่สะดวกเชื่อมต่อกับถนนเส้นหลักหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนวิภาวดีรังสิต ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนประชาชื่น ถนนติวานนท์ ถนนรัตนาธิเบศร์ ทำให้เกิดความรวดเร็วในการเดินทาง

นอกจากนี้ ยังรายล้อมด้วยหน่วยงานราชการ สถานศึกษา โรงเรียนกวดวิชา โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัยชั้นนำ ชุมชน หมู่บ้าน และคอนโดมิเนียมในรัศมี 5 กิโลเมตร ที่ค่อนข้างหนาแน่น มีจำนวนประชากรจำนวนมาก     โดยเทศบาลนครนนทบุรีถือได้ว่า มีประชากรสูงสุดในจังหวัดนนทบุรีโดยมีประชากรกว่า 250,000 คน ซึ่งถือเป็นโอกาสและช่องทางให้เกิดการเติบโตของเศรษฐกิจในย่านนี้ให้สูงขึ้นด้วยเช่นกัน และปัจจุบันในย่านนนทบุรีมีการพัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวก และรวดเร็วในการเดินทางมากยิ่งขึ้น ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน – บางใหญ่) และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ที่กำลังเตรียมก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2564 ทำให้เกิดการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นอีกจำนวนมาก แน่นอนว่าศูนย์การค้าฯก็จะต้องเป็นที่ๆผู้คนต้องการเข้าใช้บริการเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน” นางสาวเอกกฤตา กล่าวสรุป

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: