Columnist

“งบกลาง” เหลือน้อย!!!  5 แสนล้านบาทหายจริงหรือ? 

“งบกลาง” เหลือน้อย!!! 
5แสนล้านบาทหายจริงหรือ? 
ธนก​ บังผล
      บางช่วงบางตอนที่​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม​ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อวันที่​ 24​ มีนาคม​ ที่ผ่านมา​ ระบุว่า

     “สิ่งสำคัญที่อยากจะเรียนให้ทราบ มาตรการที่ออกไปแล้วในระยะที่ 2 มาตรการเหล่านี้จำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์รัฐบาลจำเป็นต้องหาเงินให้เพียงพอวันนี้ก็กำลังเตรียมหามาตรการซึ่งอาจจะต้องใช้เงินกู้บ้างในการเพิ่มเติมงบประมาณเหล่านี้ เพราะงบประมาณของปี 63 ก็ค่อนข้างจำกัดอยู่ในขณะนี้งบกลางก็ใช้จ่ายไปพอสมควรเหลือจำนวนน้อยมาก เราจึงจำเป็นต้องหามาตรการในการหาเงินเข้าสู่ระบบให้มากยิ่งขึ้นจึงจำเป็นที่ต้องจัดทำ พ.ร.ก. ฉบับต่างๆ การกู้เงินต่างๆของกระทรวงการคลังในระยะนี้เพื่อเตรียมเข้าสู่ระยะที่ 3 และ 4 ต่อไป เราจึงจำเป็นต้องดูแลประชาชนให้มากที่สุด ทั้งสถานประกอบการ เพื่อลดการเลิกจ้างพนักงาน”

 

นั่นเป็นคำยืนยันจากนายกฯว่า​ งบประมาณปี​ 63​ ค่อนข้างจำกัด​ ในขณะที่งบกลางก็ถูกใช้จ่ายไปจนเหลือน้อยมาก

 

ทั้งนี้ เมื่อย้อนกลับไป​ วันที่​ 8 มกราคม​ 2563​ ที่ประชุมสภาเพิ่งลงมติผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 มาตรา 6 วาระ 2​ โดยงบกลางที่ตั้งไว้ตามร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 คือ 518,770,918,000 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 47,238,918,000 บาท

 

    งบกลาง​ 5​ แสนกว่าล้านบาทนี้​ เมื่อวันที่​ 17 มีนาคม​

นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เพิ่งจะเปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบงบกลาง​”รายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินปีงบ 2563″ เป็นตัวเลขกลมๆวงเงิน 18,000 ล้านบาท

แบ่งเป็น 9,000 ล้านบาทแรก สำหรับการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกระทรวงที่ขอเข้ามามากที่สุดคือกระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 5,000 ล้านบาท

ส่วนอีก 9,000 ล้านบาทนั้น สำหรับใช้ในกรณีแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

ซึ่งถ้าลงรายละเอียดของงบประมาณดำเนินโครงการตามมาตรการด้านการงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และสถานการณ์ภัยแล้ง โดยใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงิน 17,310.4509 ล้านบาท

ประกอบด้วยโครงการที่หน่วยรับงบประมาณขอรับการจัดสรรงบกลางฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง

รวมทั้งสิ้นจำนวน 11 กระทรวง 28 หน่วยงาน วงเงิน 14,610.4509 ล้านบาท​

ผมลองสรุปตัวเลขแบบเข้าใจง่ายอย่างนี้ครับ

 งบกลางทั้งหมด​ 5​ แสนล้านบาท​ ที่สภาเพิ่งผ่าน​ พรบ.งบประมาณปี​ 63​ ไปเมื่อต้นปี​ ตอนนี้นำสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินแล้ว​ 1.8  หมื่นล้านบาท​ (โควิด​ 9,000  ล้านบาท​ กับภัยแล้ง​ 9,000​ ล้านบาท)​

ใน​ 9,000​ ล้านบาทนี้​ ครม.​ เห็นชอบในหลักการการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงิน 2,700 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการจ้างงาน ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ระยะเวลาการจ้างไม่เกิน 6 เดือน อัตราค่าจ้างต่อเดือนไม่เกิน 9,000 บาท

ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข​ ได้งบประมาณไปมากที่สุด​ 5,488​ล้านบาท

ช่วยเหลือโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย​ 108​ ล้านบาท

รวมทั้งสิ้น​ 8,296  ล้านบาท

มีตัวเลขระบุอีกว่า​ งบกลางที่นำไปใช้ปัญหาภัยแล้ง​ วงเงิน​ 8, 308  ล้านบาท

รวมแล้วงบกลางสำรองจ่ายฉุกเฉินอยู่ที่​ 16,604  ล้านบาท

คิดเป็นตัวเลขกลมๆ​ งบกลางถูกนำมาใช้ล่าสุด​ 17,000​ ล้านบาท

แต่สิ่งที่ฟังแล้วน่าวิตกที่สุดคือคำพูดที่​ พล.อ.ประยุทธ์​ แถลงว่า​ ขณะนี้งบกลางถูกนำมาใช้จนเหลือน้อยมาก​ เนื่องจาก​ 5​ แสนกว่าล้านบาท​จาก​ พรบ.งบประมาณปี​ 63​ เพิ่งจะผ่านสภามาได้ไม่ถึง​ 2​ เดือน​เท่านั้น

คำถามคืองบกลางถูกนำไปใช้อะไร-เมื่อไหร่-ทำไมจึงเหลือน้อยมาก

ทั้งนี้​ งบกลาง” ปีงบประมาณ 2562 อยู่ที่ 471,532 ล้านบาท ขณะที่ปีงบประมาณ 2563 มีการตั้งงบกลางไว้ที่ 518,770.9 ล้านบาท โดยสูงกว่างบกลางปี 2562 ถึง 47,238.9 ล้านบาท หรือ 10% ของคำขอรับงบประมาณปี 2563

โดย​ ครม.เมื่อวันที่​ 17​ มีนาคมที่ผ่านมายังได้เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ กรอบวงเงินและโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายปี 2564 มีจำนวนเงิน 3.3 ล้านล้านบาท

เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่กำหนดไว้ 3.2 ล้านล้านบาท จำนวน 1 แสนล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1

 

หมายเหตุ

สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากกรอบวงเงินงบกลางดังกล่าว หากหน่วยรับงบประมาณที่เกี่ยวข้องเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนให้พิจารณาปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 หรือใช้จ่ายงบประมาณจากแหล่งเงินอื่น เพื่อสนับสนุนความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของมาตรการดังกล่าว ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 เรื่อง มาตรการด้านการงบประมาณเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และสถานการณ์ภัยแล้งต่อไป

การจัดสรรงบประมาณ สำนักงบประมาณจะนำเสนอนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ก่อนที่จะอนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้แก่หน่วยรับงบประมาณ ดังนี้

1)​ กรณีวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท สำนักงบประมาณจะเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบ

2)​ กรณีวงเงินเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท สำนักงบประมาณจะเสนอนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ

3)​ กรณีวงเงินเกิน 100 ล้านบาท สำนักงบประมาณจะเสนอนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบก่อน เมื่อนายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วจะแจ้งให้หน่วยรับงบประมาณเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ

กำหนดให้ระเบียบมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562 และให้ถือปฏิบัติในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป

รายละเอียดงบกลาง​ แยกตามหน่วยงานและกระทรวง

กระทรวง / คำขอ​ รวมทั้งสิ้น 65,533.0244 (ล้านบาท)​

1. กระทรวงสาธารณสุข 6,573.6287 (8 หน่วยงาน)

2. กระทรวงคมนาคม 898.1502 (2 หน่วยงาน)

3. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม 9,919.8085 (5 หน่วยงาน)

4. กระทรวงกลาโหม 1,525.7740 (4 หน่วยงาน)

5. กระทรวงพาณิชย์ 157.9650 (1 หน่วยงาน)

6. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 8,534.7601 (8 หน่วยงาน)

7. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5,283.7829 (4 หน่วยงาน)

8. กระทรวงมหาดไทย 4,591.5545 (1 หน่วยงาน)

9. กระทรวงอุตสาหกรรม 55.0000 (1 หน่วยงาน)

10. กระทรวงศึกษาธิการ 25,140.6347 (3 หน่วยงาน)

11. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 1,252.1862 (2 หน่วยงาน)

12. รัฐวิสาหกิจ 1,374.6600 (5 หน่วยงาน)

13. กรุงเทพมหานคร 90.0986 (1 หน่วยงาน)

14. จังหวัดและกลุ่มจังหวัด 30.0000 (3 หน่วยงาน)

15. สภากาชาดไทย 105.0210

///

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: