Biznews

ฆ่าไม่ตาย! ยักษ์เล็กภูธรสู้ไม่ถอย สงครามชิงสมรภูมิค้าปลีก

จากการเดินหน้าขยายสาขาอย่างไม่หยุดหย่อนของกองทัพค้าปลีกจากเมืองกรุงที่ขยับเข้าไปปักธงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศทั้งเมืองหลัก เมืองรองเมื่อมีโอกาส ทำให้ค้าปลีกท้องถิ่นแต่ละที่จำเป็นต้องปรับกระบวนทัพในการรองรับซึ่งถือเป็นปัญหาที่หนักหน่วงสำหรับค้าปลีกท้องถิ่นในรายที่ยังไม่ค่อยแข็งแรงนัก แต่หากเป็นค้าปลีกท้องถิ่นในรายที่อยู่มานานก็จะสวมหัวใจสิงห์ต่อกรชนิดไม่มีการยอมง่ายๆ  แม้บางครั้งจะต้องเพลี่ยงพล้ำไปบ้างก็ตาม 

BizpromptInfo สำรวจแนวรบตลาดค้าปลีกภูธร โดยเฉพาะการปรับตัวของผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ ที่ทุกวันนี้กลายเป็นน่านน้ำแดงเดือดจากการแข่งขันของยักษ์เมืองกรุงที่เข้าไปเปิดสาขาชิงกำลังซื้อในต่างจังหวัด นับว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจทีเดียว เพราะศึกนี้ต้องบอกว่า ยังต้องสู้รบกันอีกยาวนาน

แฟรี่แลนด์ พญามังกรเมืองสี่แควร

เริ่มจากพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบนอย่างจังหวัดนครสวรรค์ เจ้าของสโลแกน เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบรเพ็ด ปลาจาระเม็ดรสเด็ด” อีกหนึ่งดินแดนที่ต้องยอมรับว่าการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกมีความร้อนแรงไม่แพ้จังหวัดอื่น เพราะปัจจุบันมีทัพค้าปลีกจากเมืองกรุงแห่แหนเข้าไปปักหมุดอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบิ๊กซี ที่มีถึง สาขาเทสโก้ โลตัส เดอะวอล์ค เป็นต้น

ค้าปลีกท้องถิ่นอย่าง แฟรี่แลนด์” ที่คนนครสวรรค์คุ้นเคยเป็นอย่างดีได้มีการปรับตัวล่วงหน้ามาแล้ว โดยโฟกัสในจุดที่แข็งแรง ดึงจุดเด่นในความเป็นห้างท้องถิ่นที่เก๋าเกมกว่าคู่แข่ง เพราะรู้จักพฤติกรรมและเข้าถึงใจคนในพื้นที่มาเป็นต้นทุนในการรักษาฐานลูกค้า

ห้างแฟรี่แลนด์นครสวรรค์ เปิดให้บริการมากว่า 30 ปี เริ่มหันมาหาจุดแข็ง โดยใช้ศักยภาพความเป็นห้างท้องถิ่นที่รู้จักพฤติกรรมและสินค้าในพื้นที่เป็นอย่างดี และถึงเวลาที่จำต้องถึงเวลาปรับเปลี่ยนให้ทันยุคทันสมัยเพราะมิเช่นนั้นอาจต้องตกขบวนจนต้องโบกมือลาจากเวทีค้าปลีกไปก็เป็นได้

แฟรี่แลนด์ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2530 ระยะเวลา 30 ปีเต็มที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เคยครองใจคนปากน้ำโพมาช้านาน แต่วันหนึ่งกระแสแห่งการคืบคลานของธุรกิจค้าปลีกจากเมืองหลวงซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เข้ามาเบียดบังจนแทบจะไม่มีที่ยืนเนื่องจากปรับตัวรับไม่ทัน

เมื่อตั้งหลักได้สักพัก “สันติ คุณาวงศ์” ผู้บุกเบิกห้างแห่งนี้มาต้ังแต่วันแรกจนปัจจุบัน ทำใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ และสวมวิญญาณสิงห์ไม่ยอมแพ้โดยการจัดกระบวนทัศน์องค์กรใหม่ พร้อมกับวลีที่ว่า “ถ้าไม่เปลี่ยน ก็อยู่ไม่ได้” ด้วยการค่อยๆ ทรานฟอร์มปรับลดบทบาทจากห้างสรรพสินค้าเปลี่ยนไปยังสิ่งอื่นๆ ตามเทรนด์ อาทิ ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น

การปรับตัวของแฟรี่แลนด์ที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมดำเนินมาได้กว่า ปีที่ผ่านมา เริ่มจากลงทุนใช้พื้นที่ของห้างฯ บนพื้นที่ชั้น ทำพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวของเมืองนครสววรค์ ด้วยต้องการให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้รากเหง้า ได้ภูมิใจในความเป็นชาวนครสวรรค์ ตลอดจนการอนุรักษ์ร้านอาหารเก่าแก่ในนครสวรรค์ที่ค่อยๆ อ่อนล้าไปตามวัยคนทำ และส่งเสริมคนรุ่นใหม่ที่อยากเปิดร้านอาหาร

นั่นจึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนโฉมห้างฯ แฟรีแลนด์ ให้กลายเป็นศูนย์รวมร้านอาหารของเมืองนครสวรรค์ ทั้งร้านอาหารเก่าแก่ขึ้นชื่อประจำจังหวัด ร้านริมทาง ร้านของคนรุ่นใหม่ๆ ให้มาตั้งร้านอยู่ในห้าง

หลังจากค่อยๆ ทรานฟอร์มมาได้สักพัก ด้วยการปรับปรุงพื้นที่ภายในที่มีกว่า หมื่นตารางเมตรซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบมหาศาล ล่าสุดผุดโปรเจคส์ใหม่นั่นคือ การเปิดอาณาจักรสวนสนุก Funtastic World บนพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร ซึ่งสันติ การันตีว่าใหญ่ที่สุดในพื้นที่ภาคเหนือ ณ เวลานี้

Funtastic World เปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนปีที่ผ่านมา ภายใต้เงินลงทุนกว่า 10 ล้านบาท เปิดให้บริการทุกวัน ราคาตั้งแต่ 100 บาทไปจนถึง 250 บาทตามระยะเวลาการใช้บริการ ภายในเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ของเล่นสำหรับเด็กๆ อาทิ บ่อบอล บ่อทราย เลโก้ แลนด์ โซนขับรถยนต์สำหรับเด็ก เป็นต้น ซึ่งสันติบอกว่าประสบความสำเร็จดีทีเดียว

นอกจากเปิดโซนสวนสนุกสำหรับเด็กแล้ว สันติ ยังเห็นความสำคัญของหนังสือที่ทุกวันนี้คนอ่านหนังสือน้อยลงไปมาก ทำให้หนังสือกลายเป็น Out Of Trend แต่เขาเชื่อว่ายังมีจำนวนคนอ่านหนังสืออยู่อีกมาก จึงเปิดโซนใหม่ในชื่อ โกดังหนังสือ บนชั้น พื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร เพื่อรับฝากขายหนังสือทั่วไปแก่ผู้ที่สนใจ และเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สันติบอกว่า เขาทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำเพราะเขาเห็นว่าเป็นธุรกิจที่ช่วยสังคม นั่นคือทำให้คนหันมาอ่านหนังสือมากขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

สันติทิ้งท้ายว่า ธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าอยู่ในช่วงย่ำแย่ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์โลก ไม่ใช่เฉพาะแฟรี่แลนด์เท่าน้ัน ดังนั้นจึงต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ต้องช่วยเหลือตัวเอง คิดสิ่งใดก็ต้องลงมือทำเลย ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากใครใดๆ ทั้งสิ้น เพราะในวิกฤตยังมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ หากพิจารณาวิเคราะห์ให้เจอและมุ่งมั่นที่จะทำ

วี-สเเควร์” จัดหนักเปิดโมเดลโฉมใหม่ 2019 พร้อมอาคารที่จอดรถ ชั้น

 ขณะที่ห้าง  วี-สเเควร์ พลาซ่า” อีกหนึ่งค้าปลีกท้องถิ่นของชาวนครสวรรค์ที่เปิดให้บริการมายาวนานหลายทศวรรษ ก็ปรับตัวไม่แพ้กัน โดยควักกระเป๋าจัดหนักอีกก้อน รีโนเวทห้างใหม่ วี-สแควร์ พลาซ่า ซึ่งพร้อมจะเผยรูปโฉมใหม่ในต้นปี พ.ศ.2562 นี้ โดยเป็นการพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือ ลานจอดรถยนต์บนอาคารสูง ชั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เพราะหากคนที่ไปช็อปปิ้งวีสแควร์ พลาซ่า ที่มีบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขา 1 เปิดให้บริการเป็นหนึ่งในแม่เหล็ก ย่อมรู้ดีว่า ที่จอดรถเป็นปัญหาสำคัญ

นี่จึงเป็นการปรับเพื่อแก้ pain point ที่สำคัญมากทีเดียว

“ธนพิริยะ” พยัคฆ์ติดปีกเมืองเชียงราย

เชียงราย จังหวัดเหนือสุดของไทยมีการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกร้อนแรงไม่แพ้จังหวัดอื่น ซึ่งแน่นอน ค้าปลีกท้องถิ่นชื่อดังที่สามารถอยู่รอดและกำลังผงาดสู่ความยิ่งใหญ่ในเวลานี้ต้องยกให้ “ธนพิริยะ” เป็นนัมเบอร์วันของเมืองเชียงรายในเวลานี้

ด้วยความขยันและตั้งใจจากรุ่นแรก จากร้านแผงลอยขายของชำในตลาดสดเทศบาลเชียงรายเมื่อปี 2508 ภายใต้ชื่อ โง้วทองชัย” ค่อย ๆ เติบใหญ่ขึ้นมาเป็นร้านห้องแถว คูหา และปัจจุบันกลายมาเป็น บริษัท ธนพิริยะ จำกัด มหาชน” ร้านค้าปลีกและขายส่งทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย

อาณาจักรค้าปลีกท้องถิ่นรายนี้บริหารงานโดยตระกูล พุฒิพิริยะ” ที่กำลังถูกจารึกบนธุรกิจค้าปลีกของไทยภายใต้การนำของคู่สามีภรรยา “ธวัชชัยและอมร” ที่ร่วมกันฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคมากมายจนสามารถเติบโหญ่ วันนี้ ธนพิริยะหรือที่คนท้องถิ่นเรียกสั้นๆ ว่า ธน” ยืนหยัดอยู่ในตลาดอย่างโดดเด่นและเติบโตขยายกิ่งก้านสาขา ท่ามกลางร้านค้าปลีกท้องถิ่นที่ทยอยปิดตัวลง และยังเป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอที่ท้าชนยักษ์ใหญ่จากต่างชาติเรียบร้อยแล้ว

การยืนหยัดของ ธนพิริยะ ที่สามารถตีฝ่าวงล้อมคู่แข่งคนสำคัญถือเป็นปรากฏการณ์ที่หลายคนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ร้านค้าปลีกภูธรรายนี้มีดีอย่างไรถึงอยู่รอดมาถึงทุกวันนี้

เบื้องหลังความสำเร็จนี้เกิดจากมันสมองของ ธวัชชัย และอมร พุฒิพิริยะ สามีภรรยาชาวเชียงราย ที่ไม่ยอมจำนนต่อความพ่ายแพ้ เหมือนกับร้านค้าปลีกท้องถิ่นรายอื่นๆ หลังค้าปลีกเชนใหญ่ได้บุกเข้าถึงถิ่นตั้งแต่ปี 2540 ทั้งคู่ตัดสินใจลุกขึ้นสู้ เปลี่ยนความกังวลเป็นพลัง พร้อมมุ่งมั่นทำการบ้านอย่างหนัก วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของคู่แข่ง วางยุทธศาสตร์การเติบโต เพราะพวกเขาเชื่อว่า โอกาส” ยังมีในตลาดนี้

ธุกิจค้าปลีกของตระกูลพุฒิพิริยะ อยู่คู่กับจังหวัดเชียงรายมากว่า 50 ปี เริ่มต้นในปี 2508 จากร้านของชำแผงลอยในเทศบาลเชียงรายภายใต้ชื่อ โง้วทองชัย” ต่อมาในปี 2534 ได้พัฒนามาเป็นมินิมารท์แบบทันสมัยภายใต้ชื่อพิริยะมินิมาร์ท” ต่อมาในปี 2543 ได้จดทะเบียนเปลี่ยนเป็น ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธนพิริยะ” และใช้ชื่อสถานประกอบการเป็น ธนพิริยะ” โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้ง อยู่ที่ ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ต่อมากิจการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงได้สร้างโกดังเก็บสินค้าในปี 2540 เพื่อจัดส่งสินค้าไปยังอำเภอต่างๆ ในจังหวัดเชียงราย และด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่เล็งเห็นโอกาสของธุรกิจค้าปลีกที่น่าจะให้ผลกำไรและสภาพคล่องได้ดีกว่าธุรกิจค้าส่งจึงได้เปิดสาขาที่ ในปี 2550 ตั้งแต่นั้นมาก็มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในอำเภอเมืองและอำเภออื่นๆ ในจังหวัดเชียงรายและในปี 2555 ได้จดทะเบียนเปลี่ยนเป็น บริษัท ธนพิริยะ จำกัดพร้อมแปรสภาพเป็นมหาชนเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

หลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ ครอบครัวพุฒิพิริยะ ยอมรับว่า ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญและทำให้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดเพราะทำให้การบริหารงานเป็นมืออาชีพมากขึ้น ทุกอย่างเป็นระบบมาตรฐาน ตรวจสอบได้ รวดเร็วและถือเป็นการยกระดับจากธุรกิจครอบครัวสู่ความเป็นมืออาชีพเป็นบริษัทมหาชนได้อย่างเต็มภาคภูมิและถือเป็นค้าปลีกท้องถิ่นแบรนด์แรกของเมืองไทยที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

เมื่อถามตรงๆ ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ธนพิริยะมีวันนี้ รุ่น ของตระกูลบอกว่า ความไม่ยอมตายเป็นรายแรก ความกล้าได้กล้าเสีย การไม่ยอมแพ้ แล้วใช้จุดแข็งของความเป็นคนท้องถิ่นซึ่งรู้จักลูกค้าเป็นอย่างดีเป็นใบเบิกทางทำให้มีวันนี้ ซึ่งธนพิริยะวันนี้มีทั้งรูปแบบห้างค้าส่งและค้าปลีก สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม เลือกทำเลที่สะดวกต่อการเข้าถึง มีที่จอดรถสะดวกสบาย อีกทั้งยังได้รับการอนุเคราะห์จากซัพพลายเออร์ซื้อสินค้าในราคาที่เหมาะสม จึงสามารถยืนหยัดอยู่ได้ในยุคที่โชห่วยทั่วประเทศต่างถูกกลุ่มทุนใหญ่กลืนกิน

ธนพิริยะ

ที่ผ่านมา ธนพิริยะ ซึ่งสู้ไม่ถอยได้ใช้งบประมาณ 90 ล้านบาท สร้างศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center : DC) แห่งใหม่ ตั้งอยู่บริเวณถนนพหลโยธิน ใกล้กับร้านธนพิริยะสาขาบ้านดู่ หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พื้นที่ประมาณ 13 ไร่เศษ ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วและย้ายระบบขนส่งและกระจายสินค้าไปยังศูนย์แห่งใหม่ ซึ่งมีระบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัย สามารถรองรับการเปิดสาขาได้อีก 50 สาขาในอนาคตด้วย

สำหรับเป้าหมายในอนาคตของธนพิริยะซุปเปอร์มาร์เก็ต” นอกจากจะเล็งหาโอกาสในการขยายสาขาเพิ่มในเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงเป็นหลักแล้ว การทำหน้าที่เป็นตัวแทนของร้านค้าปลีกค้าส่งท้องถิ่น ที่ถือกำเนิดโดยคนเชียงราย เป็นตัวอย่างของการปรับตัวและการพัฒนาภายใต้สภาวะที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ในปี 2562 ธนพิริยะมีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มอีก 5 สาขา อยู่ในภาคเหนือตอนบนและขยายออกไปจากพื้นที่ จ.เชียงราย และ จ.พะเยา ที่เคยมีสาขาเดิมอยู่แล้ว 24 สาขา ขณะเดียวกันคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น โดยเฉพาะปี 2562-2565 ถือเป็นปีที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะ จ.เชียงราย พบว่าภายหลังมีกระแสเรื่องปรากฏการณ์ช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย ทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเดินทางไปเยือนอย่างคับคั่ง ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้า นอกจากนี้ยังมีสายการบินมาเชียงรายเพิ่มขึ้นด้วย เช่น เชียงราย-ภูเก็ต เชียงราย-มาเก๊า เชียงราย-สิงคโปร์ สะท้อนว่าผู้คนต้องการเดินทางเยือนเชียงรายมากขึ้น

ตั้งงี่สุนแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์

ชื่อเสียงของ “ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์” ยักษ์ค้าปลีก-ค้าส่งในจังหวัดอุดรธานี ไม่เพียงแต่ชาวจังหวัดอุดรธานีเท่านั้นที่รู้จักกันดี แต่คนต่างจังหวัดรอบข้างจากทั่วสารทิศต้องยอมเสียเวลานั่งรถมาจับจ่าย จนปัจจุบันยอดขายพุ่งสูงถึง 4,000ล้านบาทและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องสวนทิศเทรดดิชันนอลเทรดที่นับวันจะถูกบีบจนเล็กลงกระทั่งต้องโบกมือลาสมรภูมิค้าปลีกไป

กว่าที่จะยิ่งใหญ่ในวันนี้ได้ ตั้งงี่สุนได้ปักหลักทำธุรกิจค้าปลีกในเมืองอุดรฯ มานานกว่า 80 ปีแล้ว เรียกได้ว่าเจอเกมการต่อสู้ทางธุรกิจมานับไม่ถ้วน โดยเฉพาะกลุ่มโมเดิร์นเทรดที่พาเหรดเข้ามาเปิดสาขาที่ จ.อุดรธานีครบทุกค่าย แต่ตั้งงี่สุน ซึ่งเป็นร้านค้าคนไทยก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้

ถึงวันนี้ ตั้งงี่สุนผ่านการบริหารจากรุ่นสู่รุ่นจนเข้าสู่เจนเนอเรชั่นที่ 4 ภายใต้การบริหารของ”เฮียกบ “” ชายหนุ่มสไตล์บ้านๆ ตามสไตล์การบริหารงานของตั้งงี่สุนที่ถูกเรียกติดปากว่า กลยุทธ์ชายทุ่ง

มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์

 

เฮียกบ ซึมซับการบริหารงานมาจากรุ่นคุณแม่และปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง จนวันนี้ ตั้งงี่สุนเปิดให้บริการ 2 สาขา ภายใต้สโลแกน กำไรน้อย แต่ขายเยอะ ตามคอนเซ็ปต์ “ร้านค้าของคนไทย ถูกใจ ถูกเงิน”

แม่ทัพผู้กุมบังเหียนร้านตั้งงี่สุน เปิดใจกับ “BizpromptInfo” ว่า ความสำเร็จมาจากประสบการณ์ ที่ใช้เวลาสั่งสมนานนับ 10 ปี เพราะประสบการณ์คอยสอนเรื่องต่างๆ จากการเจรจาบ่อยๆ ก็เริ่มต่อรองเป็น เริ่มดึงหน้าดึงหลังเป็น ประการสำคัญคือทัศนคติ ร้านค้าโชห่วยมักจะมองว่าแม็คโครบิ๊กซีโลตัส ในทางที่ไม่ดี

แต่หากทุกคนตั้งโมเดิร์นเทรดเป็นศัตรู จงทำให้เป็นศัตรูที่รัก ยิ่งเกลียดยิ่งเอาเข้าใกล้ เหมือนลูกน้อง ผมไม่ชอบคนไหน คนไหนเกเรจะเอามาไว้ใกล้ๆ เรียกใช้งานบ่อยๆ ก็จะไม่กล้าเกเร

คุณแม่ผมชอบสอนเสมอว่าให้ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างมีเวทีของตัวเอง เหมือนกับเรามีหม้อข้าวอยู่หม้อหนึ่ง กินยังงัยก็ไม่หมด เปรียบเทียบในจังหวัดอุดรมีคนเล็กๆ อยู่ 4 คน กินช้อนเล็กๆ ต่างคนต่างกิน วันหนึ่งมีฝรั่งตัวโตๆ กินจุเข้ามาพร้อมกับช้อนที่ใหญ่กว่าก็กินได้มากกว่า แค่เรามีเทคนิคในการตัก ข้าวหม้อนั้นก็จะอร่อยยิ่งขึ้น

ทางรอดของโชห่วยในสายตาของเฮียกบซึ่งเชื่อเสมอมาว่า โชห่วยไม่มีวันตาย เพียงแต่ต้องมีการปรับตัว อันดับแรกเลยคือ การทำให้ถูกฏหมาย นั่นคือ เข้าระบบเสียภาษีให้ถูกต้องตามกฏหมายเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา จากนั้นใช้เทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยไม่เป็นศูนย์รวมอำนาจ นั่นคือ การทำป้ายบอกราคาที่ชัดเจน เพราะเมื่อเจ้าของไม่อยู่คนอื่นๆ ก็สามารถขายสินค้าได้ไม่รวมศูนย์ที่คนเพียงคนเดียว โดยนำเครื่องมือเข้ามาช่วยการทำรายการโปรโมชั่นต่างๆ ไม่มีกำไรเยอะบนโลกใบนี้ ของดีราคาถูกมีอยู่จริงในประเทศไทยเพราะเอาราคาขายส่งมาขายปลีก

ปัจจุบันห้างค้าปลีกตั้งงี่สุนมีอยู่ สาขา โดยสาขาที่ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองอุดรธานี มีพื้นที่ประมาณ ไร่ อยู่ในรูปแบบของตึกแถวทะลุถึงกัน สาขาที่ อยู่ห่างออกไปกว่า 10 กิโลเมตร บริเวณถนนอุดร-เลย มีพื้นที่ 60 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ขาย 7.5 ไร่ พื้นที่จอดรถ 10 ไร่ ที่เหลือเป็นคลังสินค้าและในเร็วๆ  นี้จะได้เห็นตั้งงี่สุนสาขาข้ามจังหวัดเป็นสาขาที่ 3

ส่วนอุปสรรคและปัญหาในการลงทุนของผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ที่สำคัญมีอยู่ เรื่อง คือ 1.กฎหมายผังเมือง ที่กำหนดไว้ว่าห้างโมเดิร์นเทรดขนาดเกิน 1,600 ตร.ม. ต้องออกไปตั้งอยู่รอบนอก ห่างจากตัวเมือง 10 กิโลเมตร ส่วนห้างเดิมที่อยู่ในตัวเมืองจะขยายเพิ่มก็ติดกฎหมายผังเมือง ซึ่งเรื่องทำเลที่ตั้งสำหรับห้างค้าปลีกในต่างจังหวัดเป็นเรื่องใหญ่สำคัญมาก หากจะขยายสาขาต้องไปซื้อที่ดินห่างไกลออกไปกว่าเดิม ทำให้ลูกค้าลดน้อยลง 2.เรื่องที่ดิน ถูกกระแสปั่นราคาสูงมากจนเกินไป

ไล่เรียงมาตั้งแต่ต้น ถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์ความแตกต่างที่สร้างทางรอดได้อย่างแท้จริง ในภาวะที่ค้าปลีกดั้งเดิมยอมยกธงขาว ขณะที่ คนที่ไม่ยอมแพ้ มองทุกอย่างตามความเป็นจริง ยอมรับที่จะอยู่กับภาวะที่เกิดขึ้นจริงให้ได้ภายใต้การปรับตัวอย่างต่อเนื่องด้วยใจนักสู้….

ถือเป็นวิถีของการปรับตัวที่ค้าปลีกท้องถิ่นสามารถนำไปปรับใช้เพื่อยืนหยัดต่อไปบนสมรภูมิค้าปลีกเมืองไทย

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: