BiznewsColumnist

ค่าใช้จ่ายของคนไทยหลังวัยเกษียณ

ค่าใช้จ่ายของคนไทยหลังวัยเกษียณ

โดย…ธนก บังผล

              ไปเจอข้อมูลที่น่าสนใจในทวิตเตอร์ซึ่งถูกรีทวีตเป็นจำนวนมากโดยระบุว่าเป็นข้อมูลสถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทย กรณีค่าใช้จ่ายของคนไทยในวัยหลังเกษียณ

              อันดับแรกเลยคือสถานะทางการเงินของคนทั่วไปเมื่อถึงวัยเกษียณ สถิติพบว่า

 1%.  = ร่ำรวย เป็นเศรษฐี

  4%. = มีเงินใช้สุขสบาย

  7%. = พอช่วยเหลือตัวเองได้

 40% = ต้องพึ่งพาลูกหลาน สถานสงเคราะห์

 48% = ยังคงต้องดิ้นรน ทำงานหนักแม้จะแก่แล้ว

              สรุปรวมแล้วชีวิตหลังเกษียณของคนไทยมีเพียง 5%.เท่านั้นที่ร่ำรวยสุขสบาย ที่เหลือส่วนใหญ่อีก 95% ล้วนแล้วแต่ยังต้องลำบาก ซึ่งน่าตกใจมากนะครับถ้าหากข้อมูลนี้เป็นจริง นี่เราทำงานมาทั้งชีวิตเมื่อถึงเวลาเกษียณอายุยังต้องลำบากต่อไปจนตายเลยหรือนี่

              สถิติต่อมา คือค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต คนไทย คิดค่าอาหาร / 1คน 1วัน 3 มื้อ หากคิดเป็นจำนวน 1ปี   3x365 วัน = 1,095 มื้อ

เพราะฉะนั้น 30ปี  จึงได้ตัวเลขที่ 30x1,095= 32,850 มื้อ

              ถ้ากินมื้อละ 30 บาท ต้องใช้เงิน 985,500 บาท แต่ถ้ากินมื้อละ 50 บาท ต้องใช้เงิน ถึง 1,642,500 บาท นี่เฉพาะค่ากินอย่างเดียวล้วนๆ

              ชาวทวิตเตอร์ดูข้อมูลนี้แล้วก็เข้ามาให้ความเห็นว่า ดังนั้นตอนที่เราอายุ 60 ปี ต้องมีเงินเก็บก่อนเกษียณ ก่อนรายได้จะหมด หากอายุเกิน 60 ปี แล้วการมีรายได้นั้นยากยิ่งนัก

เกษียณอายุ 60 ปีหากเสียชีวิตอายุ 85 ส่วนต่างคือ 25 ปี เงินสำหรับกินข้าว 25ปี คิดเป็น 27,375 มื้อ

ถ้ามื้อละ 30 บาท จะต้องใช้เงิน 821,250 บาท และถ้ากินมื้อละ 50 บาท เป็นเงิน 1,368,750 บาท

มาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่าแม้จะมีเงินเก็บ 1 ล้านบาท ก็ไม่ได้มากเลย แค่เพียงการ “กิน” ข้าวให้ครบ 3 มื้อ ไปตลอด 25 ปี ก็ไม่พอแล้ว นี่คือเฉพาะเงินกินข้าว ที่คิดเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น

ชาวทวิตเตอร์ยังให้ความเห็นอีกว่า ค่าอาหารพื้นฐานข้างถนนเพียงดำรงชีพเท่านั้นโดยไม่มีมื้อพิเศษ หัวละ299 หรือ 399 บาทนั้น เรียกว่าเลิกคิดไปได้เลย ไม่มีการกินในห้าง ไม่มีการฉลองวันเกิดใดๆจนตาย อีกทั้งยังไม่ได้คิดถึงว่าค่าอาหาร ค่าเงินเฟ้อที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการกินอยู่แพงขึ้นในวันข้างหน้า

นอกจากนี้ เราอาจต้องมีรายจ่ายทั้ง 7 ข้อ ตลอด 25 ปีข้างหน้า ได้แก่ 1.เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องนุ่งหุ่ม

2.ยารักษาโรคพื้นฐาน ปวดหัว ตัวร้อน 3.ค่ารักษาพยาบาลก่อนตาย 4.ค่าใช้จ่ายการเดินทาง พักผ่อน ไปธุระต่างๆ

5.ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเน็ต 6.ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าซ่อมแซมรถ 7.ค่าภาษีสังคมต่างๆ งานบุญ งานศพ งานบวช วันเกิดลูกหลาน ฯลฯ

ส่วนค่าเครื่องดื่มนิดๆหน่อยๆ เลิกคิดไปได้เลย

อย่างไรก็ตามนะครับ การมีเงินเก็บแล้วต้องใช้ไปในชีวิตประจำวันนั้น แม้จะปลอดภัยกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ แต่ก็เหมือนรอให้เงินหมด

ลองคิดดูนะครับว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ข้าวปลาอาหารประเทศเรา ในยุคที่เศรษฐกิจยังไร้แสงสว่างอย่างนี้ ราคาข้าวแต่ละมื้อ 30-50 บาท จะยังมีอยู่หรือเปล่า

ถึงเวลาต้องวางแผนอนาคตกันแล้วครับ สำหรับใครที่คิดว่าอายุจะยืนยาว อยู่ดูลูกหลานเติบโต

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: