Biznews

ข้าวแกง/ตามสั่งอ่วมแน่!!! ขาใหญ่เดินเครื่องลุยสตรีทฟู้ดเกลื่อนเมือง

ทำท่าจะไม่ใช่ปีหมูทองของเหล่าบรรดาคนทำมาหาเช้ากินค่ำเสียแล้ว เมื่อผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอาหารระดับประเทศหลายรายทะยอยเข้าสู่ธุรกิจอาหารจานเดียวกันเป็นทิวแถว ด้วยเหตุผลเพื่อเติมเต็มพอร์ตของตนเองและรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยโดยรวม อยู่ที่กว่า 410,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้มากกว่า 60 – 70% เป็นร้านอาหารประเภท “สตรีทฟู้ด” (Street Food) ขณะที่ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า ในปี 2560 ภาพรวมตลาดอาหารริมทางในประเทศไทย หรือสตรีทฟู้ดส์ มีมูลค่า 276,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2559 ถึง 4.3% และยังเติบโตต่อเนื่องอีก 4 ปีติดต่อกัน โดยคาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 340,000 ล้านบาท ในปี 2564 คิดเป็นอัตราขยายตัวเฉลี่ย 5.3% ต่อปี

จากมูลค่าตลาดสตรีทฟู้ดดังกล่าว ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างเล็งเห็นโอกาสธุรกิจ จึงเข้ามาแบ่งเค้กในตลาดร้านอาหารข้างทาง เพราะสตรีทฟู้ด เป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคย และอยู่ในชีวิตประจำวัน

‘ZEN” เปิดตัวร้านอาหารไทยแบรนด์ใหม่ เขียง’ 

ล่าสุด บมจ.เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป หรือ ZEN ผู้ประกอบธุรกิจ Food Service เล็งเห็นโอกาสทองเปิดตัวร้านอาหารไทยแบรนด์ใหม่ เขียง’ (Khiang by tummour) ขายอาหารจานเดียวเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่เป็นตลาดแมส

นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) หรือ ZEN ผู้ประกอบธุรกิจ Food Service เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีศักยภาพและความพร้อมรุกขยายธุรกิจ Food Service อย่างเต็มที่ หลังจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้เตรียมพร้อมระบบบริหารจัดการภายในองค์กร ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น เช่น การเพิ่มบุคลากรส่วนสนับสนุน การลงทุนด้านระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ เช่น ระบบบัญชี และระบบซัพพลายเชน เพื่อรองรับแผนขับเคลื่อนธุรกิจที่ต่อจากนี้จะเน้นรุกขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศของกลุ่ม ZEN เพื่อผลักดันขีดความสามารถและผลักดันความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ

ZEN มีการขยายการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั้งจากแบรนด์ที่พัฒนาโดยตนเองและการเติบโตแบบก้าวกระโดดจากเข้าซื้อกิจการ โดยตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2534ZEN มีการพัฒนาแบรนด์ร้านอาหารใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น AKA, On The Table, Tetsuและ Musha และล่าสุดบริษัทฯ เพิ่งเปิดตัวแบรนด์ร้านอาหารน้องใหม่ภายใต้ชื่อ “เขียง” ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยตามสั่ง หรือ Street Food เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนไทย

นอกจากนี้ ในปี 2559 ZEN ได้เข้าซื้อกิจการในเครือแบรนด์ตำมั่วซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารไทยอีสานและได้นำแพลตฟอร์มการดำเนินธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ดังกล่าวมาพัฒนารองรับแผนการขยายดำเนินธุรกิจ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ZEN ได้ลงทุนในส่วนงานสนับสนุน เช่น ระบบบัญชี และระบบซัพพลายเชน เพื่อยกขีดความสามารถการแข่งขันในการทำธุรกิจ Food Service ต่อยอดการขยายธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารญี่ปุ่นภายใต้แบรนด์ AKA และ On the Table ในต่างประเทศ โดยหลังจากที่มีการเปิดแฟรนไชส์ร้านอาหาร AKA และ On the Table ในประเทศเมียนมาร์และกัมพูชาไปแล้ว ล่าสุดในเดือนมกราคม 2562 เตรียมเปิดสาขาแฟรนไชส์แห่งใหม่ในเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ZEN กล่าวว่า ธุรกิจของบริษัทฯ มีจุดแข็งที่แตกต่างจากผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารส่วนใหญ่ โดย ZEN เป็นผู้พัฒนาแบรนด์ร้านอาหารเอง จึงไม่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อแฟรนไชส์จากต่างประเทศ และในขณะเดียวกันยังสามารถสร้างรายได้จากการขายแฟรนไชส์อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอาหารค้าปลีก (Food Retail) ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคต โดยได้นำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากการขายที่ร้านอาหาร อาทิ น้ำปลาร้าปรุงรส หมี่มั่ว น้ำจิ้มแจ่ว แจ่วบองฯลฯ มาต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุง (Ready-to-Cook) และผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) ภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ เพื่อวางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคทั่วไป

ทั้งนี้ ยังมีแผนงานขยายสาขาในทำเลใหม่ๆ เช่น ภายในสถานีบริการน้ำมัน แหล่งชุมชน จากเดิมที่มุ่งเน้นการขยายสาขาภายในศูนย์การค้า เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นและมีแผนพัฒนาร้านอาหารในรูปแบบ Micro Format ซึ่งเป็นร้านอาหารที่มีพื้นที่ร้านขนาดเล็ก เมนูอาหารไม่ซับซ้อน และใช้เงินลงทุนไม่สูง เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์Musha ที่ปรับเปลี่ยนเมนูจากแบรนด์ร้านอาหาร ZEN โดยเน้นเมนูอาหารเป็นแบบอาหารจานเดียวในราคาที่ย่อมเยา เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคและครอบคลุมกลุ่มลูกค้าระดับกลางล่าง และร้านอาหารไทยแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ เขียง (Khiang by tummour) ซึ่งนำเสนอเมนูอาหารไทยจานเดียวยอดนิยม เช่น ข้าวผัดกระเพราหมูสับ ข้าวหมูกระเทียม ฯลฯ ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่เป็นตลาดแมสได้ โดยเปิดให้บริการสาขาแรกเป็นที่เรียบร้อยภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาเจษฎาบดินทร์ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งจะส่งผลดีต่อโอกาสการเติบโตของบริษัทฯ ในระยะยาว 

 

“เซ็นทรัล” เสริฟจานด่วนนอกห้างเปิดร้าน”อร่อยดี”

ก่อนหน้านี้ไม่นาน กลุ่มเซ็นทรัลสร้างสีสันและเรียกกระแสความสนใจให้กับหนุ่มสาวชาวออฟฟิศย่านสีลมเป็นอย่างมาก เมื่อ ซีอาร์จี บริษัทในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป เปิดให้บริการร้านอาหารจานด่วนสไตล์สตรีทฟู๊ด บริเวณสีลม ซอย 32 ตรงข้ามโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ ภายใต้ชื่อ “อร่อยดี “(aroi dee) มีสโลแกน “มีดีที่อร่อย “ให้บริการอาหารตามสั่งมีให้เลือก 2 แบบคือเป็นเซ็ทสุดคุ้ม ในราคา 59 บาท หรือจะเป็นอาหารตามสั่งประเภทอื่นๆก็มีให้บริการ สนนราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 60 บาทขึ้นไป

บรรยากาศการเปิดให้บริการวันแรกเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2562เป็นไปด้วยความคึกคัก มีผู้ให้ความสนใจต่อแถวสั่งอาหารเป็นจำนวนมาก.

นอกจากนี้ ร้านอร่อยดี ยังให้บริการเดลิเวอรี่ส่งถึงที่อีกด้วย.

การเปิดร้าน “อร่อยดี” สะท้อนให้เห็นว่า Chain Restaurants ต้องการเข้าไปแชร์ตลาดสตรีทฟู้ด เพราะสร้างโอกาสการเติบโตมหาศาล ยิ่งเป็น “อาหารไทย” เป็นสิ่งที่อยู่ในสายเลือดคนไทยอยู่แล้ว ที่ผูกพันและคุ้นเคยมาตั้งแต่เกิด เพราะฉะนั้น “CRG” หวังผลักดันแบรนด์นี้เข้าไปเป็นหนึ่งในทางเลือกหนึ่งของคนไทย

ปัจจุบันแบรนด์ร้านอาหารของกลุ่ม CRG มีทั้งสิ้น  12 แบรนด์ กว่า 900 สาขา ได้แก่  มิสเตอร์ โดนัท , เคเอฟซี , อานตี้ แอนส์, เปปเปอร์ ลันช์, ชาบูตง, โคล สโตน ครีมเมอรี่ ,เดอะ เทอเรส ,โยชิโนยะ ,โอโตยะ, เทนยะ คัตสึยะ และ เฟซท์ แบรนด์ไอศกรีมพรีเมียม

“7-ELEVEN” เสิร์ฟอหารปรุงสด 

ไม่เพียงยักษ์ใหญ่อย่างเซ็นทรัลเท่านั้นที่สนใจธุรกิจอาหารจานเดียว ขาใหญ่ร้านสะดวกซื้อเมืองไทยอย่าง 7-ELEVEN นำร่องไปก่อนแล้วด้วยการเปิดบริการใหม่ อาหารปรุงสด (Food Place) ใน 7-ELEVEN  ที่เรียกทั้งเสียงฮือฮาและกระแสต่อต้านในคราวเดียวกัน

เหตุผลสำคัญของการเปิดอาหารปรุงสดนั้น  7-ELEVEN ให้เหตุผลว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในกลุ่มวัยทำงาน นักเรียน ที่ต้องเร่งรีบไปทำงาน ไปเรียนหนังสือ ตั้งแต่ตอนเช้า โดยที่ร้านอาหารตามสั่งยังไม่เปิด รวมทั้งสำหรับผู้ที่เลิกงานตอนค่ำๆ หรือตอนกลางคืนซึ่งร้านอาหารตามสั่งทั่วๆ ไปปิดร้านไปแล้วโดยจะเลือกเปิดในทำเลที่ใกล้กับสถานศึกษา ตลาด สำนักงาน โรงพยาบาล ที่พักอาศัย จุดต่อรถ โรงงาน ฯลฯ

ลำพังขายอาหารตามสั่ง ข้าวแกงก็ฝืดเคืองอยู่แล้ว เนื่องจากลูกค้ากระเป๋าแบน เมื่อมาเจอคู่แข่งรายใหญ่เข้ามาแจม 

น่าสนใจว่า แม่ค้า พ่อค้าจะมีวิธีเอาตัวรอดอย่างไรต่อไป   

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: