Biznews

ก้าวที่กล้า!เจน 3 ‘ยงสงวน’ ค้าปลีกอุบล เตรียมเข้าตลาดฯ ฉลองทศวรรษที่ 7

‘อุบลราชธานี’ เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและของประเทศไทย มีประชากรถึง 1,869,633 ล้านคน  ทั้งยังเป็นตำบลที่ตั้งของเส้นเวลาหลักของประเทศ ที่เส้นแวง 105 องศาตะวันออก โดยเป็นจังหวัดแรกที่ได้เห็นดวงอาทิตย์ก่อนพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทย

 

อุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ เคยเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุด ภายหลังถูกแบ่งออกเป็นจังหวัดใหม่คือจังหวัดยโสธรในปี พ.ศ. 2515 และจังหวัดอำนาจเจริญในปี พ.ศ. 2536 ซึ่งถ้ารวมพื้นที่อีกสองจังหวัดที่แยกออกไป จังหวัดอุบลราชธานีจะมีพื้นที่เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทยโดยมีคำขวัญประจำจังหวัดคือ “เมืองแห่งดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราษฏร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์”

ด้วยความที่เป็นจังหวัดใหญ่  มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจของประเทศ จึงไม่แปลกที่ทัพค้าปลีกจากส่วนกลางจะพากันเข้าไปเจาะพื้นที่อย่างคับคั่ง และที่น่าสนใจคือการต้ังอยู่ของค้าปลีกท้องถิ่นประจำจังหวัดยังสามารถอยู่ยั้งยืนยงมาได้จนทุกวันนี้ อย่าง ‘ยงสงวน อุบล’ ที่ยังคงรักษาการเติบโตในเส้นทางยี่ปั๊วภูธร

จากก้าวแรก….สู่ก้าวที่กล้า

ในปีพ.ศ.2498 คุณพ่องี่เต็ก แซ๋โค้ว และคุณแม่เง็กเนย ไชยสงคราม ได้เปิดกิจการร้านโชห่วยขนาด 1 คูหา 2 ชั้น ต้ังอยู่บนถนนยุทธภัณฑ์ ตรงกันข้ามกับโรงหนังกลางใช้ชื่อร้านว่า โค้วย่งง้วน ทั้งสองท่านได้ช่วยกันบริหารร้านเรื่อยมา จนกระทั่งในปีพ.ศ.2500 ได้ย้ายร้านมาตั้งอยู่ที่มุมถนนพรหมเทพ เป็นร้านขนาด 2 คูหาทำการค้าขายมาจนถึงปีพ.ศ.2503 ได้เกิดเพลิงไหม้ ทำให้ร้านโค้วย่งง้วน เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นได้มาเปิดร้านโชห่วยใหม่ที่ 68-70 ถนนพรหมเทพ เป็นร้านขนาด 2 คูหา 3 ชั้นในปีพ.ศ.2519 จึงได้ย้ายร้านมาตั้งที่ 77-81 ถนนพรหมเทพ เป็นร้านขนาด 3 คูหาใช้ชื่อร้านว่า โค้วย่งง้วน จนกระทั่งในปีพ.ศ.2525 จึงได้เปลี่ยนมาเป็น ยงสงวน

ในปีพ.ศ.2533 ได้ทำการประมูลสิทธิการก่อสร้างได้จึงรื้อสิ่งปลูกสร้างเก่าออกแล้วสร้างใหม่ ปีพ.ศ.2535 ได้ตั้งเป็นห้างสรรพสินค้าชื่อว่า ยงสงวนช้อปปิ้งมอลล์ โดยมีคุณกำพลและคุณมลิวัลย์ ไชยสงคราม เป็นผู้บริหาร

ที่ผ่านมา ห้างหุ้นส่วนจำกัด ยงสงวนช้อปปิ้งมอลล์ มีบริษัทในเครือเพิ่มมาอีก 2 บริษัทคือ บริษัทยงสงวนกรุ๊ป จำกัดและ บริษัท สหรุ่งธนเกียรติอุบล จำกัด พร้อมกับเปิดสาขารวมกันทั้งสิ้น 9 สาขาดังนี้

1.ยงสงวนช้อปปิ้งมอลล์ ต้ังอยู่บนถนนพรหมเทพ (พ.ศ.2535)

2.ยงสงวนมินิมาร์ท สาขาถนนเทพโยธี (พ.ศ.2537)

3.ยงสงวนมินิมาร์ท สาขากม.0 ตรงข้ามโรงเรียนอุบลวิทยาคม(พ.ศ.2538)

4.ยงสงวนเซฟแลนด์ สาขาชยางกูร (4 พ.ย.2539)

5.am pm สาขาตลาดบ้านคู่ (พ.ศ.2540)

6.ยงสงวนเซฟแลนด์ สาขาแจ้งสนิท (9 ส.ค.2541

7.ยงสงวนมินิมาร์ท  สาขาวารินทร์ (2542)

8.ยงสงวนมินิมาร์ท สาขาศรีษะเกษ (2543)

และ ยงสงวนกรุ๊ป จำกัด ได้เปิดศูนย์รวมสินค้าอุปโภค บริโภคแห่งใหม่ ซึ่งเป็นสาขาที่ 9 ตั้งอยู่บนถนนอุบล-วาริน บนพื้นที่กว่า 20 ไร่  ในวันที่ 30 สิงหาคม 2543  เป็นต้นมา

 

ผนวก 2 กิจการ…ดั้มราคาดึงลูกค้ากลับ 

ปัจจุบัน ยงสงวนกรุ๊ป ซึ่งเปิดดำเนินการมายาวนานกว่า 65 ปี ณ จังหวัดอุบลราชธานีแห่งนี้อยู่ภายใต้การบริหารงานของเจน 3 ตระกูลไชยสงวน ของสองพี่น้องคือ ประกิจและประกอบ ไชยสงคราม ที่ช่วยกันสานต่อธุรกิจครอบครัวให้สามารถก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ประกอบ ไชยสงคราม หนึ่งในคีย์แมนคำสำคัญยงสงวน เปิดเผยกับทีมงาน BIZpromptINFO ว่า เข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัวมา 20 ปีแล้ว ได้เรียนรู้การทำธุรกิจครอบครัวและเห็นรุ่นคุณพ่อ คุณแม่บริหารงานมาตั้งแต่เด็กๆ ซึมซับมาโดยตลอด ปัจจุบันกลุ่มยงสงวนมีธุรกิจ 2 รุปแบบคือค้าส่งในชื่อ ยงสงวน และธุรกิจคอนวีเนี่ยนสโตร์ ใช้ชื่อ เซฟแลนด์ ซึ่งค้าส่งมี 1 สาขา ส่วนเซฟแลนด์ ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 22 สาขา

ประกอบบอกว่า ในฐานะเจน 3 ของตระกูลตั้งใจสานต่อธุรกิจครอบครัวให้เจริญก้าวหน้าโดยสเต็ปต่อไปนับจากนี้เพื่อสร้างธุรกิจครอบครัวให้มั่นคง เขาจะควบรวมกิจการทั้ง 2 ส่วนคือค้าส่งและค้าปลีกเข้าด้วยกันเพื่อทำราคาสินค้าให้เท่าหรือถูกกว่าคู่แข่งอย่างค้าปลีกรายใหญ่ๆ เพื่อดึงลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการหลังจากต้องสูญเสียลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงอย่างกลุ่มคุณแม่ไปเนื่องมาจากการเข้ามาเปิดสาขาของค้าปลีกรายใหญ่ก่อนหน้า ซึ่งการผนวกทั้ง 2 แบรนด์เข้าด้วยกันจะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงและสามารถแข่งขันได้ต่อไป  นั่นคือต่อไปลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้ทั้งยงสงวนและเซฟแลนด์ได้ในราคาเดียวกัน

ก้าวต่อไป ขยายสาขา-เดินหน้าสู่ตลาดหลักหลักทรัพย์  …

นอกจากการผนวก 2 แบรนด์ด้วยราคาเดียวกันแล้ว  กลยุทธ์ต่อไปของยงสงวนในการฝ่าดงค้าปลีกรายใหญ่คือ การติดปีกยงสงวนให้ก้าวกระโดดแบบสปริงบอร์ดด้วยการเตรียมแต่งตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามรอยค้าปลีกท้องถิ่นรุ่นพี่อย่าง ‘ธนพิริยะ เชียงราย’ ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งประกอบหมายมั่นว่ายงสงวนในเวลานั้นต้องมียอดขายทะลุ 4,000 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว จากปัจจุบันทั้งกลุ่มมียอดขายอยู่ที่ราว 2,700 ล้านบาท

ก่อนที่จะไปยังสเต็ปการเป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกอบบอกว่า แผน 2 ปีนับจากนี้ เขาจะขยายสาขาเซฟแลนด์ออกไป โดยเปิดอีกประมาณ 4-5 สาขาในอำเภอใกลเคียง อย่าง’เดชอุดม’ ที่กำลังจะกลายเป็นจังหวัดใหม่ในเร็วๆ  นี้

เจน 3 ยงสงวน บอกกับถึงสาเหตุในการเข้าตลาดฯ ว่า เขาไม่ได้ต้องการเงินทองมากมายอย่างที่หลายคนมอง แต่เขาอยากให้พ่อกับแม่ภูมิใจและสบายใจได้ว่า ธุรกิจที่พวกเขาสร้างมากับมือจะสามารถไปต่อได้อย่างมั่นคง ไร้ปัญหา ลูกหลานจะได้เหมือนกันทั้งหมด นั่นคือ ทุกคนในตระกูลเป็นเจ้าของร่วมกัน และเป็นธุรกิจของคนอุบลอย่างแท้จริงเพื่อให้คนอุบลภูมิใจไปกับเราด้วย

ดังสโลแกนที่ว่า ‘ยงสงวน  ธุรกิจคนไทยคืนกำไรสู่ท้องถิ่น’ ส่วนเซฟแลนด์ มีสโลแกนว่า  ‘สะดวกซื้อ คุ้มค่า  คุ้มราคา คนบ้านเดียวกัน’

อย่างไรก็ตาม ประกอบ  บอกว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ค้าปลีกท้องถิ่นอยู่รอดได้ในดงค้าปลีกยักษ์ใหญ่คือ ต้องมีความซื่อสัตย์ ทั้งต่อตนเองและลูกค้า ใช้ความเป็นคนบ้านนอก ไร้เดียงสา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม  ทำธุรกิจด้วยความจริงใจ นึกถึงใจเขา ใจเรา เห็นอกเห็นใจคนอื่น ก็จะสามารถผ่านพ้นวิกฤตได้ไม่ยาก

จะเห็นได้ว่า  ภายใต้บุคลิกเซอร์ๆ  แต่จริงใจคนนี้รักครอบครัวอย่างมาก โดยเฉพาะลูกสาวซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.4 ซึ่งการที่เขาตัดสินใจนำยงสงวนเข้าจดทะเบียนในตลาดฯ ก็เพราะเขาต้องการปูทางที่ดีให้กับลูกและครอบครัวเตรียมพร้อมส่งไม้ต่อให้กับเจนต่อไป ถือเป็นของขวัญจากผู้เป็นพ่อ นั่นเอง

ประกอบ บอกอีกว่า การแข่งขันของค้าปลีกในอุบลร้อนแรงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งช่วงนี้ที่มีการระบาดของโควิด-19 ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์เข้าไปอีก

 

ขณะเดียวกัน  เมื่อภาครัฐมีนโยบายต่างๆ ออกมาทั้งโครงการคนละครึ่ง , ช้อปดีมีคืน ช่วยให้ธุรกิจค้าปลีกฟื้นตัวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเหมือนถูกกระชากให้ฟื้นตัว นับเป็นประชานิยมที่เห็นผลดีกว่ารัฐแจกเงิน 3,000 บาทด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ ในฐานะคนอุบลโดยกำเนิด  ประกอบและยงสงวนกรุ๊ป ไม่ลืมที่จะตอบแทนสังคมและท้องถิ่นที่เขาเกิดมา ด้วยการจัดตั้ง ‘อุบลแฟมิลี่’ กลุ่มที่รวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมในรูปแบบต่างๆ  โดยเฉพาะการจัดงานวิ่งเพื่อการกุศลซึ่งเป็นกิจกรรมที่เขาและครอบครัวชื่นชอบเป็นอย่างมาก โดยนำรายได้ทำประโยชน์ในสถานที่ต่างๆ ของจังหวัด 

ในทุกสมรภูมิย่อมมีความได้เปรียบ เสียเปรียบแตกต่างกัน การอยู่ในดงคู่แข่งที่ไ้ดเปรียบทุกประตูก้ไม่ได้หมายความว่าจะหมดทางสู้ เพราะทุกการแข่งขันต่อให้คู่แข่งตัวโตมากแค่ไหน ก็ย่อมเหลือช่องว่างเล็กๆ ที่คู่แข่งทำไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะมองเห็น แล้วฉกฉวยโอกาสนั้นมาต่อยอดให้กับธุรกิจตัวเองได้ดีกว่ากันโดยเฉพาะค้าปลีกภูธร แม้จะเม็ดเงินไม่หนาพอ แต่ความไว้เนื้อเชื่อใจในฐานะคนบ้านเดียวกันย่อมได้เปรียบกว่า

 

 

ที่สำคัญ จุดแข็งข้อหนึ่งที่ทำให้ค้าปลีกภูธรสามารถปรับตัวได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา คือ การมีทายาทรุ่น 2 รุ่น 3  เข้ามารับช่วงต่อธุรกิจมากขึ้น ซึ่งทายาทเจนใหม่ๆ  เหล่านี้ล้วนไม่ธรรมดา หลายคนจบการศึกษาจากเมืองนอก เมืองนา การกำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลงธุรกิจสามารถทำได้รวดเร็วกว่า

บ่อยครั้งที่เรามักพบว่า กลุ่มค้าปลีกรายใหญ่จากส่วนกลาง  รูปแบบบริหารจัดการไม่ค่อยยืดหยุ่น ส่วนใหญ่นโยบายจะกำหนดมาจากส่วนกลาง เมื่อไปแข่งขันในตลาดต่างจังหวัดก็ไม่สามารถสู้กับคนที่อยู่ในท้องถิ่น ที่ยืดหยุ่นกว่าและเจนสนามมากกว่าได้

เช่นเดียวกับ ‘ยงสงวน อุบล’  ที่พิสุจน์ให้เห็นแล้วว่า สามารถสู้กับขาใหญ่เมืองกรุงจนผงาดในสมรภูมิค้าปลีกมาอย่างยาวนานจนล่วงเข้าสู่ทศวรรษที่ 7  และทศษวรรษต่อไปๆ อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง …  

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: