IT & Digital

แนะนำ 5 เครื่องมือช่วยทำ SEO กุญแจทำตลาดดิจิทัล

SEO คืออะไร

SEO ย่อมาจาก “Search Engine Optimization” เป็นการทำการตลาดในช่องทางดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มทั้งปริมาณและคุณภาพของการเข้าชมเว็บไซต์ ทำให้เว็บฯ แสดงผลอันดับต้นๆ ในหน้าแรกของเครื่องมือการค้นหา เช่น Google, Yahoo, Bing (Search Engine) แบบไม่ได้ซื้อโฆษณา หรือที่เรียกว่า “Organic Search”

SEO จึงเกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจสิ่งที่ผู้คนกำลังค้นหาในโลกออนไลน์ คำตอบที่คนต้องการรู้ คำที่คนใช้ค้นหา และประเภทของเนื้อหาที่คนต้องการบริโภค หากเข้าใจสิ่งเหล่านี้ ก็จะช่วยให้เราสามารถเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

องค์ประกอบสำคัญของ SEO
Keywords คีย์เวิร์ด คือ คำและวลีที่คนใช้ในการค้นหาคอนเทนต์ออนไลน์ ซึ่งเราสามารถนำไปใช้ในคอนเทนต์, URL และองค์ประกอบอื่นของเว็บไซต์ เพื่อเชื่อมต่อกับลูกค้าที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์และบริการได้

Content คอนเทนต์เป็นส่วนสำคัญของ SEO เนื่องจากคอนเทนต์เป็นเหมือนสื่อนำที่ใช้เพื่อเข้าถึงและดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งคอนเทนต์มีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ คอนเทนต์เว็บฯ, วิดีโอ, บล็อก, อินโฟกราฟิก, พอดคาสต์, หนังสืออิเล็กทรอนิกส์, โพสต์ในโซเชียลมีเดีย

On-Page SEO การปรับแต่งส่วนต่างๆ ภายในของเว็บไซต์ให้ติดอันดับใน Search Engine ไม่ว่าจะเป็น ชื่อเว็บไซต์, ชื่อคอนเทนต์, ลิงก์, รูปภาพ, และส่วนอื่นๆ ที่สามารถทำได้

Off-Page SEO การเพิ่มโอกาสของปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์จากภายนอก โดยการสร้าง Backlinks (ลิงก์ที่เชื่อมโยงจากเว็บไซต์อื่นกลับมาที่เว็บไซต์ของเรา) เว็บไซต์ในการทำ Off-Page SEO ที่เราน่าจะคุ้นเคยกันดีและได้ความนิยมสูง คือ Pinterest

 

ทำไมต้องทำ SEO
หนึ่งในฟังก์ชั่นที่สำคัญที่สุดของ SEO คือ การเพิ่มการแสดงผลของเว็บไซต์ หมายถึงการทำให้ลูกค้าเป้าหมายพบเว็บฯ ของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการที่คนมองเห็นเว็บฯ เรามากขึ้นนั้น เชื่อมโยงกับการจัดอันดับของ Search Engine เพราะหากมีคนคลิกเข้าชมเว็บฯ มากเท่าไหร่ อันดับผลการค้นหาของเว็บนั้นก็จะอยู่ในอันดับสูงขึ้นในหน้าผลลัพธ์การค้นหาของ Search Engine (SERP) ทำให้มีโอกาสที่คนจะเห็นเว็บฯ ของเรามากขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งการทำ SEO มีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ อันดับของเว็บฯ ก็จะยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า เมื่อมีคนมองเห็นเว็บฯ มากขึ้น โอกาสที่การเข้าชมเว็บฯ จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของ SEO เช่นกัน เพราะการคลิกเกือบ 33% เป็นของลิงก์อันดับแรก และมากกว่า 75% ของการคลิกทั้งหมดเป็นของ 5 อันดับแรกด้วย เพราะฉะนั้นหากต้องการเพิ่มลูกค้า เราจะต้องทำ SEO เพื่อช่วยให้เว็บฯ ของเราติดอันดับ 1 ใน 5 หรืออย่างน้อยก็ติดอยู่ในหน้าแรกให้ได้ เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้เว็บไซต์ เพราะเว็บฯ ที่ติดอันดับต้นๆ ในหน้า Search Engine จะเป็นที่น่าไว้วางใจและน่าเชื่อถือในสายตาของผู้เข้าชม ซึ่งเว็บฯ ที่จะติดอันดับได้นอกจากมีคีย์เวิร์ดที่ตรงกับการค้นหาแล้ว ก็ต้องมีคุณภาพด้วย จึงทำให้คนที่ใช้ Search Engine ไว้ใจที่จะคลิกเข้าชมเว็บฯ ในอันดับต้นๆ ก่อน

5 เครื่องมือช่วยทำ SEO ฟรี สำหรับผู้เริ่มต้น
การทำ SEO อาจดูซับซ้อนสำหรับผู้เริ่มต้น แต่อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะหากมีตัวช่วย เราก็สามารถทำ SEO ได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพเช่นกัน ต่อไปนี้เป็นเครื่องมือช่วยทำ SEO ฟรี สำหรับผู้เริ่มต้น ที่ใช้งานง่ายและมีประโยชน์อย่างมากในการทำ SEO โดยเฉพาะการเลือกใช้คีย์เวิร์ดและการวิเคราะห์คู่แข่ง

1. MozBar
MozBar ช่วยให้เราดูข้อมูลคะแนนคุณภาพของเว็บไซต์ (Domain Authority) หรือคุณภาพของเว็บเพจ (Page Authority), เปรียบเทียบลิงก์ในหน้าผลการค้นหาของ Search Engine, ค้นหาคีย์เวิร์ดและแยกแยะลิงค์ตามประเภทในหน้าเว็บฯ ทั้งหมดทำได้แบบเรียลไทม์ในขณะที่เราดูหน้าเว็บฯ หรือหน้าผลการค้นหาใน Search Engine (SERP) ซึ่งมีประโยชน์ในการเลือกเว็บฯ ที่จะใช้ในการสร้าง Backlinks และการเลือกใช้คีย์เวิร์ด

2. SEO Minion
SEO Minion เป็นส่วนเสริมของ Chrome ที่ได้รับความนิยม โดยมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ประกอบไปด้วย การวิเคราะห์ SEO ในหน้าเว็บฯ ต่างๆ, ดูลิงก์ทั้งหมดทั้งลิงก์ภายในและภายนอกได้อย่างรวดเร็ว, ตรวจสอบทุกลิงค์บนหน้าเว็บและรายงานลิงก์ที่ใช้งานไม่ได้, ดูตัวอย่างเว็บไซต์ในผลการค้นหาจริงของ Google และอัปเดตให้แบบเรียลไทม์, คัดลอก/ดาวน์โหลด URL และ ข้อมูลจากหน้าผลการค้นหาของ Google ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์ในการปรับแต่งเว็บฯ ให้สอดคล้องกับ SEO อย่างมาก

3. SimilarWeb
SimilarWeb ให้ข้อมูลทั้งหมดที่เราต้องการเกี่ยวกับเว็บไซต์ทั้งหมดในที่เดียว มีฟังก์ชั่นสำหรับดูตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลการจัดอันดับเว็บไซต์ทั่วโลก, จำนวนการเข้าชมเว็บไซต์, ข้อมูลเชิงลึกโดยละเอียดเกี่ยวกับการเข้าชมเว็บไซต์ เช่น การเข้ามาโดยตรง, เข้าผ่าน Search Engine, อีเมล โซเชียลมีเดีย หรือโฆษณา, อัตราการมีส่วนร่วม, การจัดอันดับคีย์เวิร์ด และแหล่งที่มาของการเข้าชมเว็บฯ ซึ่งเราสามารถดูเปอร์เซ็นต์การเข้าชมจากแต่ละประเทศได้อย่างรวดเร็ว

4. Ubersugest
Ubersugest เป็นเครื่องมือ SEO ที่เกิดมาเพื่อช่วยเราวิเคราะห์คู่แข่ง เพราะเพียงพิมพ์ชื่อเว็บไซต์หรือคีย์เวิร์ดลงในแถบค้นหา เราก็จะเจอข้อมูลของปริมาณและจำนวนการค้นหารายเดือนเฉลี่ยของคีย์เวิร์ดที่มีใน Google, ต้นทุนต่อคลิกเฉลี่ยสำหรับโฆษณา Google, การแข่งขันโดยประมาณในประเภทการซื้อโฆษณา, การแข่งขันโดยประมาณในประเภททั่วไป (Organic Search) ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจว่าคู่แข่งในตลาดกำลังทำอะไรเพื่อให้เราสามารถนำมาใช้ปรับปรุงเว็บฯ ของเรา นอกจากนั้น Ubersugest ยังเป็นตัวช่วยเลือกคีย์เวิร์ดได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ เพราะ Ubersugest จะสามารถวิเคราะห์คีย์เวิร์ดได้อย่างละเอียด

5. SEOquake
เป็นส่วนเสริมของบราวเซอร์ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลหน้าเว็บไซต์หรือหน้าผลการค้นหาของ Search Engine ให้เราได้ทันที โดยมีฟังก์ชั่นที่โดดเด่นได้แก่ ข้อมูลการจัดอันดับเว็บไซต์, การตรวจสอบลิงก์ภายในและภายนอก, เปรียบเทียบโดเมนและURL แบบเรียลไทม์, วิเคราะห์ความหน้าแน่นของคีย์เวิร์ด เวลาเปิดใช้งานก็จะมีแถบแสดงข้อมูลให้เราดูได้เลย ทำให้เรารู้ว่าเว็บคู่แข่งมีคะแนนหรืออันดับเท่าไหร่, มี Backlinks เยอะไหม ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถรู้ทันคู่แข่งในตลาดและนำมาพัฒนาการทำ SEO ของตัวเองให้มีประสิทธิภาพ ดันเว็บฯ ให้ทัดเทียมกับคนอื่นได้

ในปัจจุบันที่ตลาดออนไลน์มีการแข่งขันสูงจึงส่งผลให้ SEO มีความสำคัญมาก เพราะคนส่วนใหญ่อยากรู้อะไร อยากได้อะไรก็จะไปค้นหาใน Search Engine หากใครมีเว็บไซต์ บล็อก หรือร้านค้าออนไลน์ การทำ SEO จะมีส่วนช่วยเพิ่มปริมาณการเข้าชมจาก Search Engine ได้อย่างมากเลยทีเดียว เพราะหากเว็บฯ ของเราติดอันดับใน Search Engine ก็หมายความว่าเว็บฯ มีคุณภาพและสามารถตอบสนองความต้องการของคนจำนวนมากได้ ทั้งยังเป็นการสร้างคุณค่าและความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ร้าน หรือบริการ ของเราอีกด้วย

 

ที่มา  PriceZa Insight

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: