Biznews

“กาแล็กซี่” เตรียมเขย่าตลาดบรั่นดี แย่งส่วนแบ่ง 4,500 ล้านบาท ช่วง “รีเจนซี” แผ่ว

 “เราไม่มุ่งหวังชนะใน 3-6 เดือน แต่เราวางเป้าหมาย ปี เพื่อให้เรามีสินค้าครบเซ็กเมนต์”

เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท ตะวันแดง 1999 จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสุราขาว สุราสี แบรนด์ตะวันแดง กล่าวเอาไว้เมื่อช่วงเดือน ก.ค. 2560 หลังตัดสินใจใส่เกียร์เดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจผลิตสุรา ประกาศเป็นคู่แข่งกับ “ไทยเบฟเวอเรจ” ที่มีเจ้าสัว “เจริญ สิริวัฒนภักดี” เป็นผู้ครอบครองส่วนแบ่งตลาดราวๆ ร้อยละ 95 ด้วยสินค้าเพียงอย่างเดียวคือ “สุราขาว”  

การลงขันกับพรรคพวกรวมทั้ง “แอ๊ด คาราบาว” หรือ ยืนยง โอภากุล เพื่อสร้างโรงเหล้าครบวงจรมูลค่ากว่า พันล้านบาท ใน จ.ชัยนาท ก่อนเปิดตัวสินค้าเหล้าขาวตัวแรก ภายใต้แบรนด์ “ตะวันแดง”กับสื่อมวลชน

นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลา ปีเต็ม ตามที่เสถียรได้วางแผนล่วงหน้าเอาไว้ ไม่ขาดไม่เกิน โดยก้าวต่อไปที่จะเข้าไปทำการตลาดเพื่อแย่งส่วนแบ่งคือ “บรั่นดี” ซึ่งมี “รีเจนซี่” เป็นเจ้าหลักผูกขาดมานานหลายสิบปีในสัดส่วน ร้อยละ 85 จากมูลค่าตลาดรวมประมาณ 4,500 ล้านบาทต่อปี

 

แม้จะปล่อยภาพ “แอ๊ด คาราบาว” นั่งจิบบรั่นดียี่ห้อ “กาแล็กซี่” เรียกน้ำย่อยให้กับคอสุรามาตั้งแต่กลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา จังหวะเดียวกับที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 เริ่มส่งผลกระทบไปทั่วโลกจนแผนที่วางไว้ต้องชะงักไว้ก่อน

แต่ถึงกระนั้นปัญหาของ “รีเจนซี่” ที่สะสมมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนกลายเป็นวิกฤตในปีนี้ก็ยังแก้ไม่ตก นั่นคือไม่สามารถผลิตสินค้ารองรับความต้องการของตลาดได้

และเมื่อรีเจนซี่ขาดตลาดประเด็นที่นักดื่มบ่นกันอย่างหนักคือ “ราคา” ถีบตัวแพงขึ้นตามใจเจ้าของร้านรายย่อย ราคาจำหน่ายแต่ละร้านที่ไม่เท่ากันเป็นปราฏการณ์ที่บั่นทอน “ความจงรักภักดีต่อแบรนด์” ของลูกค้าเก่า เช่นเดียวกับสร้างความสับสนให้กับลูกค้าหน้าใหม่ จนส่งผลให้ “เมอริเดียน” บรั่นดีอีกยี่ห้อหนึ่งในตลาดฉวยโอกาสแย่งส่วนแบ่งไปบ้าง

 

เมื่อรีเจนซี่ทรุดมาอย่างต่อเนื่อง “กาแล็กซี่” ที่ไม่ต้องรีบร้อนลงสนามแข่งจึงค่อยๆศึกษาจุดอ่อนของ “ผู้ผูกขาดรายเดียว” ในตลาดบรั่นดี แล้วใช้กลยุทธ์โน้มน้าวผู้จงรักภักดีในแบรนด์รีเจนซี่ให้เกิดความอยากรู้ อยากทดลองดื่ม โดยระบุว่า

กลิ่นและรสชาติบรั่นดีของ “กาแล็กซี่” เหมือนหรือคล้ายคลึงกันกับรีเจนซี่ เพราะคาราบาวได้คนปรุงเหล้าคนเดียวกันกับที่ทำให้กับรีเจนซี่มาทำงานให้ เพื่อถูกวางเอาไว้ว่าจะเปิดตัวตั้งแต่ในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา

เพื่อตอบคำถามและประกาศให้คอบรั่นดีทราบในเวลาเดียวกันว่า “คนปรุงเหล้า” ของรีเจนซี่ได้กลายเป็นคนของกาแลคซี่ไปแล้ว

กลยุทธ์ต่อมาคือ การระบุว่า “กาแล็กซี่” ได้ผลิตออกมาจำหน่ายล็อตแรกจำนวน 7 หมื่นลัง เพื่อปูไปพรมทั่วประเทศ

แม้จะให้เหตุผลทางธุรกิจว่าเป็นการแบ่งส่วนแบ่งการตลาดรวมมูลค่า 1 แสนล้าน แต่จุดประสงค์หลักคือจะบอกกับผู้บริโภคและผู้ค้าราย่อยว่ากาแล็กซี่สามารถจัดจำหน่ายไปตามช่องทางต่างๆได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากการตั้งโรงงานของบริษัทนั้นได้วางแผนการผลิตให้สามารถรองรับการทำสุราได้ทุกประเภทตั้งแต่แรก ไม่ต้องรอ ไม่ต้องง้อรีเจนซี่ที่ขาดแคลนและราคาไม่แน่นอน

 

นั่นจึงทำให้บรั่นดี “กาแลคซี่” กลายเป็นสินค้ารายการที่ 4 จากโรงเหล้าครบวงจรแห่งนี้ หลังเปิดตัวเหล้าขาวตะวันแดง เหล้าสีตะวันแดง และตะวันแดงสุราข้าวหอม ก่อนหน้าไม่นาน

เวลาเราบอกว่ามันเป็นบรั่นดี ดูเหมือนตลาดเล็ก ๆ นะ แต่ความจริงพฤติกรรมการดื่มของคนไทยดื่มบรั่นดีแบบเดียวกับวิสกี้เลย เติมน้ำแข็ง เติมโซดา แล้วบ้านเราตลาดวิสกี้ใหญ่มาก เป็นแสนล้าน” เสถียร ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงโอกาสในการส่วนแบ่งทางการตลาด

ภาพรวมของผู้นำตลาดอย่างรีเจนซี่ที่มีจุดอ่อนตรงกำลังการผลิตไม่มาก อีกทั้งกรรมวิธีของการผลิตบรั่นดีนั้นมีกระบวนการผลิตทั้งกลั่นและบ่มถึง 3 ปี เมื่อเทียบกับผู้มาใหม่ที่สามารถผลิตล็อตแรกด้วยกำลังการผลิตที่ 6-7 หมื่นลังต่อปี และยังเพิ่มขึ้นได้อีกในอนาคต นับว่าเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่ารีเจนซี่แม้จะครองตลาดผู้ขาดมาอย่างยาวนานแต่หากหาซื้อได้ยากกว่ากาแล็กซี่โอกาสเพลี่ยงพล้ำจากยอดจำหน่ายก็มีสูงเช่นกัน

“เราเริ่มจากตรงนั้นมันยาก (วิสกี้ เหล้าสีฯ) แต่ถ้าเราเริ่มจากเหล้าขาว เรามีร้านค้าของเราแล้ว เมื่อแบรนด์ไปได้ การจะออกสินค้าอีกตัวตามมาจะง่ายกว่า เพราะอย่างน้อยก็ยังมีฐานธุรกิจ เหล้าสีต่างๆถ้าหากเขาซื้อเหล้าขาวตะวันแดงของเรา โอกาซื้อวิสกี้ เหล้าสี ก็เป็นไปได้ โอกาสอยู่ตรงนั้น” ประธานกรรมการ บริษัท ตะวันแดง ให้เหตุผลและว่า

การสร้างการเติบโตในธุรกิจสุรา มีเป้าหมายใหญ่กว่านั้น นั่นคือ การโดดสู่“ธุรกิจจัดจำหน่ายและกระจายสินค้า และค้าปลีก” เมื่อไหร่ก็ตามที่สามารถพัฒนาระบบร้านค้าปลีกกว่า 3 แสนร้านค้า ให้มีลักษณะเป็นธุรกิจเครือข่ายเชิงข้อมูลที่นำมาบริหารจัดการได้ ก็จะเป็นการสร้างแต้มต่อทางธุรกิจ

ทั้งนี้ ผลประกอบการของ “รีเจนซี่” ภายใต้การผลิตและจัดจำหน่ายของ บริษัท โรงงานสุราพิเศษสุวรรณภูมิ จำกัด ในกลุ่มตระกูล “โชคชัยณรงค์” บริษัทมียอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปี 2559 รายได้รวม 6,517 ล้านบาท กำไร 363 ล้านบาท

ปี 2561 มีรายได้รวม 7,876 ล้านบาท กำไรสุทธิ 828 ล้านบาท

ปี 2560 รายได้รวม 7,394 ล้านบาท กำไร 775 ล้านบาท

             

ช่วงครึ่งปีหลังต่อจากนี้ อาจได้เห็นการแข่งขันในตลาดบรั่นดีแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างที่ดุเดือด เมื่อ “เจ้าใหญ่ผู้ผูกขาดหนึ่งเดียว” ถูกผู้ท้าชิงหน้าใหม่กระโดดเข้ามาเป็นคู่แข่งในธุรกิจที่เคยเป็นเสือนอนกินมาตลอด โดยยังมี “เมอริเดียน” ที่พร้อมจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายทันทีที่ ยักษ์รบกันพลาดจนอ่อนแรงไปเอง

 

ข้อมูลอ้างอิง

1.       https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/762622

2.       https://www.prachachat.net/marketing/news-436060

 

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

Close
Close
%d bloggers like this: