Biznews

การบินไทย กับทิศทาง(บวก)ในปี 63

วันนี้การบินไทยได้จัด Staff Meeting โดย DD สุเมธ ซึ่งได้จัดทุกไตรมาสเพื่อพูดคุยกับพนักงานโดยตรงถึงสถานการณ์และทิศทางของบริษัท

โดย DD ได้เริ่มจากสภาวะอุตสาหกรรมการบินของโลก ที่ในปี 2018-2019 มีสายการบินทั่วโลกปิดไปแล้ว “ 40 สายการบิน” อีกทั้งในปีนี้สายการบินทั้งหลายเจอภาวะถดถอยที่ส่งผลให้ขาดทุนหรือกำไรน้อยลงไปมาก สาเหตุหลักๆมาจาก สงครามการค้า สหรัฐ-จีน , Brexit , ความตึงเครียดระหว่างประเทศ , ค่าเงินที่อ่อนค่าหรือแข็งขึ้น เช่น ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น สายการบินในประเทศไทยประกาศขาดทุนทุกเจ้า ต้องมีการปรับตัวอย่างรุนแรงทุกสายการบิน เวลาที่เกิดปัญหาในต่างประเทศ การบินไทยในฐานะ ”สายการบินแห่งชาติ” ต้องไปดูแลผู้โดยสารโดยเฉพาะ “คนไทย “ ให้ได้กลับบ้าน แม้จะต้องบินไปแบบไม่คุ้มค่าใช้จ่าย แต่เพื่อ “คนไทย” การบินไทยก็ต้องบินไปรับกลับมา

สาเหตุนึงที่ทำให้สายการบินในประเทศไทยต้องประสบปัญหาก็เพราะนโยบาย “น่านฟ้าเสรี” ที่เปิดเสรีให้สายการบินต่างๆบินเข้าออกประเทศไทยได้อย่างเสรี แต่ในทางกลับกันเมื่อการบินไทยหรือสายการบินของไทยจะบินไปเข้าประเทศต่างๆก็จะถูกกีดกันหรือจำกัดสิทธิในการบินเข้าประเทศนั้นๆ ขณะนี้สายการบินประเทศเพื่อนบ้านได้สั่งซื้อเครื่องบินรวมกันประมาณ 500 ลำ ถามว่า สายการบินเหล่านั้นจะบินไปไหน แน่นอนไม่พ้นประเทศไทย อีกทั้งนโยบาย “น่านฟ้าเสรี” นี้เป็นนโยบายที่โตแบบไร้การควบคุม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาอย่างมากในอีกไม่นานนี้ (ผมยังไม่ลืมนะครับที่ว่าจะมาเล่าให้ฟังว่านโยบายนี้ส่งผลเสียอย่างไรกับประเทศไทย ไว้เมื่อถึงเวลาจะมาเล่าให้ฟังแน่นอน)

จากนั้นก็เล่าถึงสถานการณ์ของการบินไทยว่าเป็นอย่างไรบ้าง (ขออธิบายนิดนึงสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในธุรกิจการบิน ปรกติของทุกปีนั้น Q1,Q4 เป็น High season จะเป็นช่วงทำกำไร ส่วน Q2,Q3 เป็น Low season เป็นช่วงที่ต้องบริหารต้นทุนให้ดี ) เพื่อให้พนักงานได้เห็นทุกประเด็นว่าอันไหนดีขึ้น อันไหนลดลง ปัญหาหลักๆที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ก็มาจากเรื่องเครื่องยนต์ Rolls-Royce ที่เสียจำนวนมาก (เป็นปัญหาหลายสายการบินทั่วโลกที่ใช้เครื่องยนต์รุ่นนี้ ซึ่งการบินไทยใช้เยอะจึงกระทบเยอะ) ทำให้เครื่องบินต้องจอดรอซ่อมหลายลำมากแล้วส่งผลต่อการวางแผนบิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียกค่าเสียหายจาก Rolls-Royce อยู่ ส่วนปัญหาอื่นๆก็มีหลายประเด็น ซึ่ง DD ขอเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะผู้นำองค์กร

สำหรับการแก้ไขปัญหาที่ก้าวหน้าไปในทางที่ดีมาก คือ ได้มีการตั้ง Special Task Force เช่น
– Aircraft Aging ซึ่งใกล้สำเร็จแล้ว ต่อไปจะรู้ล่วงหน้าว่าต้องขายเครื่องบินลำไหนเมื่อไหร่ และต้องซื้อเมื่อไหร่ ต่อไปเครื่องบินการบินไทยจะมีเข้าและออกทุกปี ส่งผลต่อการพึงพอใจของลูกค้
– Digital Transformation ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตอนนี้ที่มีออกมาแล้วคือ chatbot “น้องฟ้า” และจะมีโปรแกรมดีๆที่จะบริการลูกค้าสร้างความพึงพอใจออกมาอีกมากประมาณกลางปีหน้า
– Project X อันนี้ขอเป็นความลับไว้ก่อน

Sendai เป็นจุดบินที่ตัดสินใจถูกที่เปิดจุดบิน ประสบความสำเร็จมากและขณะนี้มีเมืองต่างๆในญี่ปุ่นมาชวนการบินไทยให้ไปบินในเมืองของเค้าอีกหลายเมืองมาก ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่

เรื่อง Thai smile วันนี้เปลี่ยนไปเยอะจาก 9 เดือนที่แล้ว โดยสามารถลดการขาดทุนลงไปได้ถึง 1,500 ล้านบาท สามารถใช้ Aircraft Utilization จาก 8.15 ชั่วโมงเป็น 10.30 ชั่วโมง และตอนนี้ต่อเชื่อมเส้นทางบินกับการบินไทยได้ดีมากขึ้น ผู้โดยสารต่างชาติสามารถต่อเครื่องในเวลาที่ดี ตอบโจทย์ต่างๆได้มาก ล่าสุดเพิ่งได้รับรางวัล TTG Award “ The Best Regional Boutique Airline “ ล้มแชมป์เก่าที่ผูกขาดมาอย่างยาวนานได้ เป้าหมายต่อไปคือรางวัลจาก Skytrak ขณะนี้ลูกเรือได้มีกิจกรรมแข่งสร้างความ”ว้าว” แก่ผู้โดยสาร และตั้งเป้าว่าปีหน้า Thai Smile จะไม่ขาดทุน และในเดือนกุมภาพันธ์ 63 กลุ่ม Star Alliance จะสามารถเชื่อมต่อกับ Thai smile ได้สมบูรณ์ จะยิ่งส่งผลดีมากต่อ Thai smile และการบินไทย

สำหรับแผนฟื้นฟูองค์กร ปี 2563-2567 ขณะนี้มี 20 โครงการครบทุกด้าน ทั้งเพิ่มรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพ ควบคุมค่าใช้จ่ายและอื่นๆ ซึ่งจะแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ AA,NN จะทำงานหนักขึ้นกับดูละเอียดในทุกไฟล์ท และต้องมี React ก่อนการปิดแต่ละไฟล์ท ทุกจุดบินต้องตอบโจทย์ได้ทุกประเด็นว่าจะบินหรือไม่บินเพราะอะไร และขอขอบคุณลูกเรืออย่างมากในเรื่อง prefer seat ที่สร้างรายได้อย่างมาก

ปิดท้าย DD ได้กล่าวว่า “ ผมยินดีรับฟังทุกเรื่อง แต่บางอย่างต้องใช้เวลา ไม่มีใครอยากอยู่ในสภาพนี้แน่นอน การที่การบินไทยขาดทุน ผมจะไม่โทษสิ่งต่างๆที่ได้กล่าวมา แต่ผมสู้ทุกหมัด ลุยทุกดอก ทะเลาะกับคนที่ไม่รู้จัก ก็เพื่อผลประโยชน์ของการบินไทย นักรบต้องมีสนามรบ ตราบใดที่ยังไม่ตายก็ถือว่ายังไม่แพ้ ผมไม่เคยยอมแพ้ ยินดีสู้เสมอ เราไม่ชี้นิ้วไปที่คนอื่น ปัญหาในฝ่ายใดคนในฝ่ายนั้นลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาเลยโดยไม่ต้องรอคนอื่นมาชี้นิ้ว ตราบใดยังไม่หมดลมหายใจเราต้องสู้นะครับ ขอบคุณครับ”

จากการฟัง DD พูดมาเกือบ 2 ชั่วโมง ได้เห็นถึงพลังและความตั้งใจของ DD ที่จะสู้เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ แน่นอนปัญหาต่างๆนั้นมีทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ที่สะสมมานาน ดังนั้นการแก้ไขปัญหาจึงไม่ใช่แค่”ดีดนิ้ว”แบบธานอสแล้วปัญหาจบ ทุกอย่างต้องใช้เวลาทั้งสิ้น ตามที่ได้ชี้แจงว่าสิ่งที่วางและแก้ในปีนี้จะเริ่มส่งผลในปี 63 จึงเป็นเหมือนความหวังที่มองเห็นได้ในอนาคตอันใกล้ สุดท้ายก็อยู่ที่พวกเราทุกคนว่า จะร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อเอาชนะศึกครั้งนี้หรือไม่ เพราะ”ตราบใดยังมีลมหายใจ เรายังไม่แพ้” ครับ 

FB  Aaron Puranasamriddhi

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: