BiznewsCSR

กลุ่มฟาสต์ รีเทลลิ่ง มุ่งลดปริมาณพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวให้ได้ 85% ภายในสิ้นปี 2563

เพื่อเป็นอีกหนึ่งกลไกภายใต้ความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างสรรค์ธุรกิจที่ยั่งยืนด้วยความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ประกาศแผนการจัดการการใช้พลาสติกในส่วนที่ไม่จำเป็นออกจากซัพพลายเชนของบริษัท ตลอดทั้งกระบวนการ พร้อมกับลดปริมาณพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวที่ลูกค้าได้รับกลับไปจากร้านของกลุ่มฯ ทั่วโลก อาทิ ถุงช้อปปิ้งและบรรจุภัณฑ์ของสินค้า โดยตั้งเป้าลดการใช้ลงให้ได้ 85% หรือคิดเป็นปริมาณประมาณ 7,800 ตันต่อปีภายในสิ้นปี 2563

การ “คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม” คือหลักการสำคัญด้านความยั่งยืน 1 ใน 6 ข้อของฟาสต์ รีเทลลิ่ง และกลุ่มฯ ยังคงเดินหน้าขจัดขยะทุกรูปแบบและพิสูจน์ตนเองในฐานะองค์กรธุรกิจที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างน้อยนิดที่สุด มลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติกเป็นปัญหาที่น่ากังวลยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก และฟาสต์ รีเทลลิ่งกำลังดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อลดปริมาณพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวในส่วนที่ไม่จำเป็นซึ่งมาจากการดำเนินงานของตน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้ธุรกิจของตนลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลงให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมกับเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ลูกค้าจะใช้ได้อย่างมั่นใจ

นโยบายของกลุ่มฯ พร้อมด้วยเป้าหมายปี 2563
 นโยบาลของกลุ่มฯ – โดยหลักการคือการมุ่งขจัดการใช้พลาสติในส่วนที่ไม่จำเป็นออกจากซัพพลายเชนโดยตลอดทั้งกระบวนการ และในส่วนที่จำเป็นต้องใช้พลาสติกให้เปลี่ยนไปใช้วัสดุทดแทนที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 เป้าหมายปี 2563 – ลดปริมาณบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวที่ใช้ในร้านของกลุ่มฯ ลงให้ได้ 85% ภายในสิ้นปี 2563 ผ่านการดำเนินงานตามโครงการหลัก 3 โครงการดังต่อไปนี้

1. ขจัดการใช้ถุงช้อปปิ้งพลาสติกและเปลี่ยนไปใช้ถุงกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
 นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 เป็นต้นไป ร้านต่างๆ ใน 12 ประเทศทั่วโลกรวมถึงในญี่ปุ่นที่ยังคงใช้ถุงช้อปปิ้งพลาสติกอยู่จะเริ่มเปลี่ยนไปใช้ถุงกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเป็นถุงที่ผลิตขึ้นจากกระดาษที่ผ่านการรับรองของสภาพิทักษ์ป่า (Forest Stewardship Council – FSC) หรือกระดาษรีไซเคิล
 ร้านต่างๆ ในประเทศที่ใช้ถุงช้อปปิ้งที่เป็นกระดาษอยู่แล้ว รวมถึงร้านยูนิโคล่ในยุโรป ตลอดจนแบรนด์ต่างๆ
ของกลุ่มฯ ได้แก่ Theory, Comptoir des Cotonniers, Princesse tam.tam และ PLST จะเริ่มเปลี่ยนไปใช้ถุงกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 เป็นต้นไป

2. จำหน่ายถุงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ซ้ำได้ในดีไซน์ออริจินัลของแบรนด์ และคิดเงินค่าถุง ช้อปปิ้งในบางประเทศ เพื่อกระตุ้นการใช้ถุงแบบใช้ซ้ำได้
 เพื่อเป็นการลดปริมาณถุงช้อปปิ้งและใช้ทรัพยากรต่างๆ รวมถึงกระดาษอย่างมีประสิทธิภาพ ร้านยูนิโคล่และร้าน GU ทั้งในญี่ปุ่นและในต่างประเทศ ตลอดจนร้าน Comptoir des Cotonniers และ Princesse tam.tam ทั่วโลก จะเริ่มจำหน่ายถุงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ซ้ำได้ของแต่ละแบรนด์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 เป็นต้นไป
 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ใช้ถุงในรูปแบบที่ใช้ซ้ำได้ ร้านยูนิโคล่และร้าน GU ทุกสาขาในญี่ปุ่นจะเริ่มคิดค่าถุง ช้อปปิ้งในราคาถุงละ 10 เยน (บวกภาษี) ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2563 เป็นต้นไป
 ร้านยูนิโคล่และร้าน GU ในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรปและเอเชีย รวม 16 ประเทศ จะคิดค่าถุงช้อปปิ้งหลังจากเดือนกันยายน 2562 นี้

3. เริ่มกระบวนการทดสอบจำเพาะสำหรับยืนยันผล เพื่อมุ่งขจัดพลาสติกในบรรจุภัณฑ์สินค้าและเปลี่ยนไปใช้วัสดุทดแทน
 ขจัดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ของสินค้าบางรายการ อาทิ รองเท้ายูนิโคล่สำหรับสวมในบ้าน โดยเริ่มตั้งแต่ซีซั่น Fall/Winter 2019 เป็นต้นไป
 เริ่มการทดสอบยืนยันผล (Verification Testing) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนวัสดุบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ ยูนิโคล่และ GU เช่น ฮีทเทค (HEATTECH), แอริซึ่ม (AIRism) และผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในอื่นๆ จากพลาสติกไปเป็นวัสดุทางเลือกอื่นๆ โดยเริ่มกระบวนการทดสอบตั้งแต่ฤดูร้อนปี 2562 เป็นต้นไป

นับเนื่องต่อไปจากนั้น ฟาสต์ รีเทลลิ่งจะยังคงเฝ้าติดตามการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวในซัพพลายเชนของตนตลอดทั้งกระบวนการอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งขจัดการใช้พลาสติกในส่วนที่ไม่จำเป็นออกจากธุรกิจของตน

ความยั่งยืน กับ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง
ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ได้นำวลี “ปลดล็อคพลังของเสื้อผ้า” (Unlocking the Power of Clothing) มาใช้เป็นถ้อยแถลงด้านความยั่งยืนของตนและร่วมเกื้อหนุนพัฒนาการที่ยั่งยืนของสังคมผ่านธุรกิจเสื้อผ้า ฟาสต์ รีเทลลิ่งตระหนักว่าการเติบโตของธุรกิจต้องพึ่งพาอาศัยพัฒนาการที่ยังยืนของสังคมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั่วโลก จึงได้กำหนดหลักการสำคัญเพื่อเป็นแนวทางการทำงานด้านความยั่งยืนของตนไว้ 6 ด้านด้วยกัน คือ 1) สร้างค่านิยมใหม่ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการ 2) ให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนในซัพพลายเชนของเรา 3) คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม 4) สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน 5) เกื้อหนุนความสำเร็จของพนักงาน และ 6) การกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมกับเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ เพื่อบรรลุภารกิจและเป้าหมายสำหรับประเด็นปัญหาแต่ละด้าน นอกจากนี้ในเดือนตุลาคม 2561 ฟาสต์ รีเทลลิ่งยังได้ร่วมลงนามในข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) ซึ่งเป็นโครงการระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาด้านความยั่งยืนในระดับสากล

บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งสัญชาติญี่ปุ่นชั้นนำระดับโลกในธุรกิจค้าปลีก โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ยูนิโคล่เป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ฟาสต์ รีเทลลิ่งทั้ง 8 แบรนด์ ซึ่งแบรนด์ที่เหลือได้แก่ GU, Theory, Helmut Lang, PLST (Plus T), Comptoir des Cotonniers, Princesse tam.tam และ J Brand บริษัทฯ มียอดจำหน่ายทั่วโลกประมาณ 2.13 ล้านล้านเยนในปีบัญชี 2018 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2018 (ประมาณ 19,170 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ ต่อ 111.1 เยน ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2018) ฟาสต์ รีเทลลิ่ง เป็นหนึ่งในบริษัทค้าปลีกสินค้าเครื่องแต่งกายที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยูนิโคล่เป็นแบรนด์ค้าปลีกสินค้าเฉพาะทางชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: