Columnist

‘กฟภ.’ จะล้มละลายตาม’การบินไทย’หรือ?

กฟภ.จะล้มละลายตามการบินไทยหรือ?

ธนก​ บังผล

บทสรุปจากกรณีการบินไทยเป็นอย่างไรนั้นหลายคนคงทราบกันดี​ แม้หลายปีที่ผ่านมาจะขาดทุนย่อยยับแต่รัฐบาลในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่​ อย่างไรเสียก็ย่อมต้องมีแผนการฟื้นฟูให้การบินไทยกลับมาดำเนินกิจการได้เหมือนเดิมไม่ว่าจะมีใครได้รับผลกระทบมากน้อย​ The​ Show Must Go​ On.

และไม่รู้ว่าเป็นเพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19​ หรือนโยบายประชานิยม​ ที่ทำให้ล่าสุดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค​ (กฟน.)​ ก็ออกมาขยับบ้าง

ขยะที่ซุกอยู่ใต้พรมนั้นมีกลิ่นออกให้รำคาญใจประชาชนนานแล้วนะครับ​ โดยเฉพาะมาตรการคืนค่าประกันการใช้ไฟฟ้าที่​ กฟภ.และการไฟฟ้านครหลวง​ (กปน.)​ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด

 

 

มันเป็นค่าใช้จ่ายที่หลายครัวเรือนยังไม่ได้คืน​ ทั้งๆที่ลงทะเบียนผ่านออนไลน์มาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมแล้ว

บ่นกันจนไม่รู้จะบ่นอย่างไร​ ทวงถามกันจนเหนื่อย​ กฟภ.ก็ตอบไม่ได้​ เลยทำให้ชาวบ้านเค้าสงสัยว่า​ ที่ไม่จ่ายเพราะไม่มีเงินหรือเปล่า

ภายใต้รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจของนายกรัฐมนตรีที่พร่ำกรอกหูว่าได้ช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องค่าประกันการใช้ไฟฟ้า​ แต่ความเป็นจริงคือมีอีกหลายล้านครัวเรือนยังไม่ได้เงินตรงนี้

ในที่สุด​ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ยื่นหนังสือและจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ดังนี้​ ครับ

หนึ่ง จะลดหรือเลื่อนการจ่ายค่าซื้อไฟฟ้าจาก กฟผ.ที่ กฟภ.ต้องส่งทุกเดือนได้หรือไม่ หรือมีมาตรการรองรับอย่างไร

สอง กฟภ.นำส่งรายได้เข้ารัฐเป็นรายไตรมาส ราว 1.4 หมื่นล้านบาทต่อปีนั้น ยังต้องส่งเท่าเดิมหรือทยอยส่งได้

สาม หาก กฟภ.ขาดสภาพคล่อง โดยเฉพาะจากการยืดเวลาให้ประชาชนจ่ายค่าไฟได้ 6 เดือนนั้นรัฐบาลจะเข้ามาดูแลอย่างไร

ทั้ง 3​ ประเด็นเป็นเรื่องเงินล้วนๆ​ ซึ่งประธานสหภาพฯ​ เองหวั่นใจว่าในที่สุดหากรัฐบาลยังนิ่งเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อนอย่างนี้​ กฟภ.จะล้มละลาย​ อย่างแน่นอน

กฟภ.เป็นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทย​ คล้ายๆกับการบินไทยที่เป็นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงคมนาคมนั่นละครับ

โดยที่ผ่านมา​ กฟภ.​ ติด​Top 5 หน่วยงานที่นำส่งรายได้เข้ารัฐมาทุกปี

จนกระทั่งรัฐออกนโยบายประชานิยมแบบรัวๆ​ เริ่มจากคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า​ทุกครัวเรือน​ ซึ่งมีตั้งแต่​ 300​ บาท​ จนถึงมากสุด​ 5,000​ บาท​

 

สำนักงานสถิติแห่งชาติ​ ระบุว่าเมื่อปี​ 2558 หรือเมื่อ​ 4​ปีที่แล้ว​ ประเทศไทยมี​ 21.3 ล้านครัวเรือน

คิดอย่างต่ำครัวเรือนละ​ 300​ บาท​ ก็​ 6,000 ล้านบาทแล้วครับ​ แต่ประทานโทษ​ ถ้าจะให้คาดเดาผมคิดว่าไม่น่าจะต่ำกว่า​ 10,000​ ล้านบาทแน่ๆกับค่าใช้จ่ายตรงนี้

ไม่นับหอพัก​ คอนโดมีเนียม​ บ้านเช่า​ ที่มีมิเตอร์ไฟฟ้าอีกไม่รู้เท่าไร

ครับ… ผมเป็น1ในไม่กี่ครัวเรือนที่ไม่ได้ประโยชน์จากนโยบายนี้เลย​แม้แต่บาทเดียว​

มาตรการต่อมาคือลดค่าไฟฟ้าในเดือนเม.ย.​ -​มิ.ย.​ ทุกครัวเรือน​ 3​ %

ลดน้อยกว่าส่วนลดร้านอาหารอีกนะครับ​ แต่ก็ลด​ นั่นยังไม่เท่าการให้บ้านที่ใช้มิเตอร์​ 5​ แอมป์​ ประเภท​1115​ ใช้ฟรี​ 3​ เดือน​ ทุกกรณี

ซึ่งเรายังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าหากบ้านที่ใช้มิเตอร์​ 5​ แอมป์​ ใช้ไฟเกิน150​ หน่วยเกิน3​ เดือน​ การไฟฟ้าจะแอบมาเปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบไม่เกิน​ 15​ แอมป์ให้หรือไม่

นั่นจึงเป็นที่มาของความสับสนในการนำค่าไฟเดือน​ ก.พ.​ หรือ​ มี.ค.​ มาเป็นฐานในการคิดค่าไฟเดือนเม.ย.เป็นความสับสนที่ผมคาดเดาเอาว่าน่าจะมาจากคนในกฟภ.​ ซึ่งดูแล้ว​ ว่าเอาเดือน​ ก.พ.เป็นฐานนั้น​ ยังไงก็ไม่คุ้ม​ แต่หากเป็นเดือน​ มี.ค.​ ก็จะทำให้​ กฟภ.​ มีรายได้เพิ่มขึ้นมาอีกนิด​ แล้วรายได้ส่วนนี้ก็จะเอามาโปะจ่ายค่าประกันการใช้ไฟฟ้าให้กับชาวบ้านที่ยังไม่ได้

ไม่รู้นะครับนี่ผมเดาเอาเอง​ เพราะเงินในมือ​ กฟภ.ขาดไปแล้ว​ ถ้าจะหมุนก็ต้องทำอย่างนี้

 

เห็นชาวบ้านเขาโวยกันยกใหญ่ว่ากฟภ.ไม่จ่ายค่าประกันการใช้ไฟยังไม่พอ​ ยังปรับลดขั้นตอนในการลงทะเบียนอีก​ เสมือนหนึ่งว่ามีข้อมูลมากมายที่ต้องตรวจสอบ

มันจะต้องตรวจสอบอะไรกันครับเพราะมันก็คือข้อมูลเดียวกับที่กฟภ.จ่ายเงินค่าประกันการใช้ไฟให้กับชาวบ้านก่อนหน้านี้นั่นแหละ

เห็นกฟภ.เงียบๆ​ ประชาชนงงๆ​ก็มาถึงบางอ้อกันตอนประธานสหภาพแรงงานกฟภ.​ ยื่นหนังสือ

สรุป​ เงินไม่มีจ่ายชาวบ้านครับ​

ส่วนภาระอีกฟากคือก็ต้องนำเงินรายได้เข้ารัฐในจำนวนเหมือนเดิม

แล้วจะเอาเงินมาจากไหน?

ที่ปฏิเสธว่าค่าไฟฟ้าแพงไม่เกี่ยวกับ​ กฟน.และกฟภ.​ มันก็ไม่เนียนครับ​ แม้จะเข้าใจได้ว่าไม่ใช่หน่วยงานที่คิดค่าไฟฟ้า​ แต่ก็เป็นหน่วยงานที่เก็บเงินค่าไฟฟ้าจากประชาชนโดยตรงจะไม่ให้โดนด่าได้อย่างไรไหว

เห็นบทเรียนรัฐวิสาหกิจในมือรัฐบาลแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้​ และรัฐวิสาหกิจในธุรกิจสาธารณูปโภคซึ่งเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไร้คู่แข่งเสียด้วยแต่ยังสะเทือนเหมือนว่าจะล้มละลายขนาดนี้

ผมไม่โทษ​ กฟน.และกฟภ.เลยครับ​ งานนี้เรียกได้ว่ารัฐบาลไม่มีกึ๋นในการบริหารประเทศเลยแม้แต่น้อย

ทำได้แค่ประกาศ​พรก.ฉุกเฉิน​ คือบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน​ ทำได้แค่นี้จริงๆ​

โควิด-19​ นี่ทำให้เห็นชัดเลยว่าบริหารกิจการอย่างอื่นไม่ได้เลยครับ

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: